
จับตาเค้ก2ล้านล้าน
จับตาเค้ก2ล้านล้าน : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2556
นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอกว่า กระทรวงคมนาคมจะร่วมมือกับภาคีเครือข่ายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นให้เข้าร่วมตรวจสอบโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท หลังจากที่กระทรวงคมนาคมได้ข้อสรุปแผนจัดซื้อจัดจ้างแล้วจำนวน 53 โครงการ 533 สัญญา และจะเริ่มประมูลงานกันตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2560 โดยจะเริ่มงานก่อสร้างตั้งแต่ปีหน้าที่เริ่มประมูลไปจนถึงปี 2563 ทั้งนี้ การจัดสรรโครงการและงบประมาณลดหลั่นกันไปตามความสำคัญในอันที่จะปฏิรูประบบขนส่งและการคมนาคมของชาติ เริ่มตั้งแต่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ได้รับเงินสนับสนุนไปถึงครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ตามด้วย กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ฯลฯ
คำยืนยันมั่นเหมาะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นอกจากจะเป็นการให้สัญญาประชาคมว่า จะไม่ให้เกิดขบวนการโกงกินกัดแทะงบประมาณในโครงการ 2 ล้านล้านบาท อย่างที่หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวลมาโดยตลอด ผ่านการทำงานอย่างตรงไปตรงมาของภาคีเครือข่ายองค์กรต่อค้านคอร์รัปชั่นที่จะต้องเข้ามาทำงานอย่างแข็งขันเข้มข้นแล้ว อีกทางหนึ่งยังเป็นการยอมรับโดยนัยว่า แท้จริงแล้วโครงการขนาดใหญ่นั้นแทบจะเรียกได้ว่า "เผลอไม่ได้" กันเลยทีเดียว เพราะงบประมาณจำนวนมหาศาลนั้น ถ้าคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็ไม่ใช่น้อยเมื่อไปเข้าพกเข้าห่อของพวกโกงกิน ที่สำคัญก็คือ โครงข่ายคอร์รัปชั่นในประเทศไทยแนบชิดผูกพันอยู่กับการเมือง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขึ้นถึงไปถึงระดับชาติ เชื่อมต่อกันเป็นใยแมงมุม โดยมีกลุ่มธุรกิจน้อยใหญ่ร่วมถักทอ
ขณะเดียวกัน สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็กำลังเดินสายรับฟังความเห็นโครงการจัดการน้ำแบบยั่งยืนวงเงินงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาทไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมผลักดันการก่อสร้างถาวรวัตถุขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพนังกั้นน้ำ ฝาย เขื่อน กระทั่งทางผันน้ำหรือฟลัดเวย์ ซึ่งแน่นอนว่า ระหว่างงานก่อสร้างโครงการเหล่านี้ นอกจากจะทำให้เกิดงานและการกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัวแล้ว สิ่งที่จะตามมาก็คือ ขบวนการโกงกินที่พร้อมเข้ามากัดแทะเงินภาษีของประชาชนไม่ด้อยไปกว่าโครงการ 2 ล้านล้านบาท ซ้ำร้ายก็คือ บางโครงการเริ่มมีข้อครหาถึงความไม่โปร่งใสกันบ้างแล้ว แม้ยังไม่มีใบเสร็จจับให้มั่นคั้นให้ตาย แต่ปูมหลังของบางกิจการที่เข้ามารับงานก็ "ส่อ" แล้วว่าจะเป็นต้นธารของการทุจริต
สัญญาประชาคมของรัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธ์ อาจจะเป็นแต่เพียงคำพูดลมๆ แล้งๆ หรือเพียงแค่ไปดึงเอาองค์กรที่มี "ต้นทุน" ทางสังคมว่าด้วยการตรวจสอบการโกงกินเข้ามาเป็นใบรับประกันความชอบธรรมเพียงเท่านั้น หากว่า ส่วนประกอบอื่นๆ ของโครงการนับเนื่องตั้งแต่วิธีการประมูล ลงไปจนถึงการจ้างงานผู้รับเหมาทั้งระดับยักษ์ใหญ่ และผู้รับเหมาช่วง ไม่ได้ผ่านการแสดงเอกสารสาธารณะ หรือผ่านการตรวจสอบอย่างครบถ้วนเข้มข้น และตลอดเวลา เพราะเป็นที่รู้กันว่า ถ้าเกิดช่องว่างขึ้นแม้เพียงเท่ารูเข็มให้แสงลอดผ่านได้ คนที่จ้องจะโกงกินก็สามารถถ่างขยายกอบโกยเป็นกอบกำ เพราะความพยายามที่จะสร้างรูปแบบของ "การจ้างงาน" ให้หละหลวมเปิดทางสะดวกให้นั่นเอง



