
สาวเมินรับรักโจ๋ยัวะ!ปาหิน-ยิงขู่-ลากหวังเคลม
สาวเมินรับรักโจ๋ยัวะ!ปาหิน-ยิงขู่-ลากหวังเคลม : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
น.ส.สุรีรัตน์ ปานพรม พักอาศัยอยู่ย่านพหลโยธิน ร้องเรียน "ทีมข่าวอาชญากรรม" ว่า มีวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ ทำร้าย และพยายามข่มขืนหลานสาวอายุ 16 ปี แต่ไม่สำเร็จ ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สน.สายไหม แต่คดีไม่คืบ ยังไม่มีการจับกุมคนร้าย
ยิ่งทำให้วัยรุ่นรายนี้เหิมเกริมคุกคามอย่างต่อเนื่อง เพราะคิดว่าไม่มีใครทำอะไรได้ !
"ทีมข่าวอาชญากรรม" ลงพื้นที่สอบถามกับ น.ส.สุรีรัตน์ เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากนายอั้ม (นามสมมติ) อายุ 20 ปี มาชอบหลานสาวอายุ 16 ปี แต่หลานสาวไม่มีใจให้ นายอั้มยังตามตื๊อด้วยการโทรศัพท์มาหาเป็นประจำ ทำให้หลานสาวทนไม่ไหวเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ กระทั่งกลางดึกวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา นายอั้มใช้ก้อนหินปาใส่บ้าน ยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด แล้วปีนเข้ามาในบ้าน กล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านจับภาพได้ชัดเจน
"ฉันไปแจ้งความที่ สน.สายไหม ตำรวจบอกว่าอาจจะเป็นคนเมามาก่อกวนและอาจปาใส่ผิดบ้าน”
ต่อมา ช่วงกลางวันวันที่ 2 ตุลาคม หลานสาวออกไปซื้อของพบนายอั้มสวมถุงมือ ใส่ผ้าปิดปากเดินเข้ามาหาแล้วเอาวัตถุบางอย่างจี้หลานสาวไปที่บ้านของเขา ก่อนพาขึ้นไปที่ชั้น 2 ใช้กำลังพยายามจะข่มขืน หลานสาวดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด
นายอั้มจึงจับหัวโขกกำแพง หลานสาวหนีเอาตัวรอดวิ่งหนีมาชั้นล่าง ขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของนายอั้ม แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทำให้นายอั้มลากหลานสาวขึ้นไปอีกครั้ง จับหัวโขกกำแพง แต่หลานสาวดิ้นสู้จนวิ่งหนี แต่นายอั้มยังวิ่งตามใช้มีดไล่แทงและลากหลานสาวเข้าไปในบ้านอีกครั้ง
“จังหวะนั้นหลานสาวเห็นโทรศัพท์จึงส่งข้อความหาพ่อ คนในบ้านรู้เรื่องจึงมาช่วยเหลือพาไปโรงพยาบาลและแจ้งความที่ สน.สายไหม แต่ตำรวจรับเรื่องแล้วก็ไม่ดำเนินการอะไร ต่อมาวันที่ 14 ตุลาคม นายอั้มยังตามมาข่มขู่คนในบ้านว่า จะเผาบ้าน จะฆ่ายกบ้าน และข่มขู่เพื่อนของหลานสาวอีกด้วย ทุกวันนี้ครอบครัวเกรงกลัวอันตราย จึงไม่ยอมให้หลานสาวออกไปไหนลำพัง อีกทั้งนายอั้มยังโทรศัพท์มาขู่เพื่อนของหลานสาวบ่อยครั้ง” น.ส.สุรีรัตน์กล่าว
"ทีมข่าวอาชญากรรม" ได้พาผู้เสียหายเข้าพบ พ.ต.ต.สุรินทร์ ภูฤทธิ์ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สน.สายไหม ชี้แจงว่า ตำรวจทำได้เพียงนำวัยรุ่นที่ผู้เสียหายกล่าวหา มาตรวจหาสารเสพติด เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียหายไม่ให้ถูกคุกคามข่มขู่เท่านั้น ส่วนที่อ้างว่าคดีไม่มีความคืบหน้า เรื่องนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่การสอบปากคำผู้เสียหายอายุ 16 ปี จะต้องใช้สหวิชาชีพประกอบด้วยพนักงานอัยการ ทนายความ และนักจิตวิทยา แต่ยังไม่สามารถนัดได้พร้อมกัน ทำให้คดีล่าช้า
"การสอบปากคำมันจะช้ากว่าปกติ ชาวบ้านอาจไม่เข้าใจว่า เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว ทำไมไม่ดำเนินการอะไรเลย ชาวบ้านยังติดภาพเก่าๆ อยู่ ตำรวจเองต้องใช้กฎหมายใหม่ในการดำเนินการ แต่ประชาชนไม่ค่อยเข้าใจกฎหมาย ไม่ใช่เฉพาะผู้เสียหายที่อยากให้เร็ว ตำรวจเองก็อยากทำให้คดีให้เสร็จเร็วๆ แต่เมื่อกฎหมายกำหนดอย่างนี้ ก็ต้องปฏิบัติตาม ยืนยันว่าจะเร่งสอบปากคำให้เสร็จและออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำต่อไป" พ.ต.ต.สุรินทร์กล่าว
ทั้งนี้ ยังฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า หากพบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถแจ้งความได้ศูนย์วิทยุของแต่ละสถานีตำรวจได้ทันที เพราะมีทั้งตำรวจสายตรวจและฝ่ายสืบสวนที่จะเข้าไปดำเนินการจับกุมอยู่แล้วตลอด 24 ชั่วโมง
"ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะไม่ดำเนินการใดๆ" พ.ต.ต.สุรินทร์ ย้ำในตอนท้าย
..............
(หมายเหตุ : สาวเมินรับรักโจ๋ยัวะ!ปาหิน-ยิงขู่-ลากหวังเคลม : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)



