
40ปี14ตุลา'คนล่าจันทร์'
40ปี14ตุลา'คนล่าจันทร์' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
วันจันทร์ที่ผ่านมา ธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงปาฐกถาเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเนื้อหาตอนหนึ่งได้กล่าวถึงกลุ่มทุนไทย
"เหตุการณ์ 14 ตุลาคม ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากการกำกับและการแบ่งปันผลประโยชน์จากทางตำรวจ ข้าราชการ จึงมีความคึกคักและความเพลิดเพลินในการขยายตัวและแสวงหาผลกำไรทางธุรกิจของตนอย่างเต็มที่"
จากมุมมองของธีรยุทธ ทำให้นึกถึงตระกูล "รัตนรักษ์" กับช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องการถือครองหุ้นของ สุรางค์ เปรมปรีด์ อดีตผู้บริหารช่อง 7
เนื่องจาก บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการบริหาร "สถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของประเทศไทย" หรือ "ช่อง 7 สี" ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมวิทยุและโทรทัศน์ของกองทัพบก ยุค จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นผู้บัญชาการทหารบก
โดย เรวดี เทียนประภาส (น้องสาวของท่านผู้หญิงไสว จารุเสถียร) ผู้ก่อตั้ง ได้ยื่นขอจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2510 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 หมื่นบาท
กรรมการบริษัทชุดแรกประกอบด้วย ท่านผู้หญิงไสว จารุเสถียร (ภริยาจอมพลประภาส) เป็นประธานกรรมการบริษัท, เรวดี เทียนประภาส, ร.อ.ชูศักดิ์ บุณยกะลิน ,เฑียร์ กรรณสูต (น้องสามีของเรวดี), ชาติเชื้อ กรรณสูต (บุตรชายคนโตของเรวดี) และร.ท.ชายชาญ กรรณสูต (บุตรชายคนที่สองของเรวดี) และสุรางค์ เปรมปรีดิ์ (บุตรสาวคนเล็กของเรวดี)
46 ปีผ่านไป กฤตย์ รัตนรักษ์ (บุตรชายของ ชวน รัตนรักษ์) เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการที่เหลือประกอบไปด้วยวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ, เชิดศักดิ์ ตันสกุล, สุดธิดา รัตนรักษ์, ชลอ นาคอ่อน, เจริญ จิรวิศัลย์, ศรัณย์ วิรุตมวงศ์, พลากร สมสุวรรณ และสมเกียรติ เจริญภิญโญยิ่ง
ข้อมูลข้างต้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ของช่อง 7 สี ยุคเริ่มต้นล้วนแล้วแต่เป็นคนในตระกูล "จารุเสถียร" กับ "เทียนประภาส" และ "กรรณสูต" ที่มีความเกี่ยวดองกันอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ผู้บริหารชุดปัจจุบัน มีตระกูล "รัตนรักษ์" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และไม่มีชื่อ "สุรางค์" ทายาทคนสุดท้ายของเครือญาติของ "จารุเสถียร-เทียนประภาส" อยู่ในบอร์ดบริหาร
ตระกูลรัตนรักษ์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับทีวีของเครือญาติ "จารุเสถียร" เพราะจอมพลประภาส ได้ชักชวน "ชวน รัตนรักษ์" เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในช่อง 7 สี
"ชวน" มีความสนิทสนมกับจอมพลประภาส ตั้งแต่สมัยที่พลตรีประภาส (ยศขณะนั้น) ทำการรวบรวมบรรดาเจ้าพ่อขนส่งทางน้ำมาตั้งบริษัท สหขนส่งทางน้ำขึ้นเมื่อปี 2497 ซึ่งประภาสถือหุ้นใหญ่ 2,000 หุ้น ชวนก็ได้เข้าถือหุ้นด้วย 500 หุ้น
จอมพลประภาสต้องการให้ "ชวน" เป็นฐานทุนให้ช่อง 7 สี และเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินในฐานะนายแบงก์ (ขณะนั้น ชวนเป็นผู้ถือหุ้นธนาคารนครหลวงไทย) โดยชวนมีตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ
หลังจาก เรวดี เทียนประภาส และร.อ.ชูศักดิ์ บุณยกะลิน ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตเมื่อปี 2513 ชาติเชื้อ กรรณสูต จึงได้รับมอบหมายจากผู้ถือหุ้นให้รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการแทนมารดา
การสูญเสีย "เรวดี" ก็เป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ ของเครือญาติจอมพลประภาส และในอีก 3 ปีต่อมา ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึง
13-15 ตุลาคม 2516 มีการเดินขบวนของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนครั้งประวัติศาสตร์ อันนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดบนถนนราชดำเนิน และการตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศของ "สองจอมพล" พร้อมครอบครัว
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 สิ้นสุดยุคของจอมพลถนอมและจอมพลประภาส จึงกระทบไปถึงการเปลี่ยนแปลงในช่อง 7 สีด้วย
ในเดือนมิถุนายน 2517 "ท่านผู้หญิงไสว" ประธานกรรมการบริษัทได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และตำแหน่งประธานกรรมการ จึงตกเป็นของ "ชวน รัตนรักษ์"
หลังจากปี 2523 มีการเพิ่มทุนหลายครั้ง ด้วยความพร้อมในด้านการเงินของตระกูลรัตนรักษ์ ทำให้กลุ่มนี้กลับกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของช่อง 7 สีมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับบทบาทของคนในตระกูลรัตนรักษ์ หลังจากการเสียชีวิตของชวน เมื่อ 6 กันยายน 2536 กฤตย์ รัตนรักษ์ ซึ่งเป็นกรรมการของช่อง 7 สีตั้งแต่ปี 2513 ก็ได้เข้ามานั่งเป็นประธานกรรมการแทนพ่อ
จวบจน "กฤตย์" ขายหุ้นแบงก์กรุงศรีอยุธยาให้แก่ทุนต่างชาติ ก็เข้ามาบริหารช่อง 7 สีเต็ม เปลี่ยนบทบาทจากนายแบงก์ มาเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์เต็มตัว
ยุคเปลี่ยนผ่านของทีวีดิจิทัล สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ทายาทผู้ก่อตั้งช่อง 7 สี ได้จัดตั้ง บริษัท จันทร์ 25 จำกัด และร่วมซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทเอชดี
ไม่น่าเชื่อว่า การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเมื่อ 40 ปีที่แล้ว จะกลายเป็นจุดเริ่มการครอบครองช่อง 7 สีอย่างเบ็ดเสร็จ โดยกลุ่มตระกูลรัตนรักษ์



