คอลัมนิสต์

การควบคุมยาและสารอันตราย

การควบคุมยาและสารอันตราย

16 ต.ค. 2556

การควบคุมยาและสารอันตราย : บทบรรณาธิการประจำวันที่16ต.ค.2556

             คดีที่คนร้ายนำสารไซลาซีนปนลงในอาหารและน้ำแล้วหลอกให้เหยื่อดื่มกินอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการควบคุมสารอันตรายอย่างจริงจัง เข้มงวด และมีตัวบทกฎหมายลงโทษทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสถานหนัก เนื่องด้วยสารดังกล่าวมีอันตรายต่อชีวิตคน สัตวแพทย์ใช้สารนี้เป็นยาสลบสำหรับการผ่าตัดและใช้กับสัตว์ใหญ่อย่างเช่น ช้าง ม้า วัวกระทิง ลิงขนาดใหญ่ และอื่นๆ การใช้สารไซลาซีนของสัตวแพทย์ยังต้องเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตสัตว์ขณะรับการผ่าตัด อาการที่เกิดกับคนก็ไม่แตกต่างกันจึงเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ยังดีที่เหยื่อส่วนใหญ่อยู่ใกล้มือแพทย์ ซึ่งหากมิจฉาชีพนำไปใช้ด้วยเหตุที่หาซื้อได้โดยง่ายก็น่าเป็นห่วง ซึ่งคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่าสารดังกล่าวมีขายตามร้านขายยาสัตว์ทั่วไปหรือซื้อตรงจากแหล่งผลิตได้ง่าย ไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด แม้แต่ร้านขายยาทั่วไปบางร้านก็มีจำหน่ายด้วยเช่นกัน

             เรื่องของสารหรือตัวยาที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์นั้น หากนำมาใช้โดยไม่มีแพทย์ควบคุมกลายเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อต่อเนื่องยาวนาน กลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่องว่างและการขาดความเอาใจใส่หรือควบคุมอย่างเด็ดขาด หาซื้อมาเป็นเครื่องมือก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นยาสลบ กลุ่มยากล่อมประสาทที่มีขายเกลื่อนตามเว็บไซต์หรือร้านขายยาบางแห่ง ยาเสียสาวซึ่งแฝงมาหลายรูปแบบก็อยู่ในลักษณะยากล่อมประสาทเช่นกัน ทำให้เคลิ้มควบคุมตัวเองไม่ได้ ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ หรือแม้กระทั่งสารหรือยาบางชนิดที่ต้องนำไปผสมกับยาหรือสารบางประเภทเพื่อให้ออกฤทธิ์ลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ก็ยังมีปัญหาอยู่เนื่องเพราะในปัจจุบันการหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีผสมหรือข้อแนะนำในการใช้สารกระตุ้นหรือสารอันตรายพวกนี้มีอยู่มากมาย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าไปดูแลหรือควบคุมได้ทุกช่องทาง

             หากดูจากพฤติการณ์ของคนร้ายพบว่าก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งหลายพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาล สถานีขนส่งหมอชิต หัวลำโพง เป็นบุคคลอันตราย และยังไม่แน่ว่ามีเป้าหมายเฉพาะในกรุงเทพฯ เพราะจากข้อมูลการสืบสวนขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งอาจจะไปก่อเหตุในต่างจังหวัดด้วย เบื้องต้นเป็นไปได้ว่าคนร้ายมีความรู้เกี่ยวกับการใช้สารลักษณะนี้พอสมควร เคยใช้หรือคลุกคลีอยู่กับแวดวงนี้ แม้ล่าสุดคณะกรรมการอาหารและยา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมปศุสัตว์จะมีมติให้สารตัวนี้เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องมีใบอนุญาตจากสัตวแพทย์ แต่ประเด็นที่นอกเหนือจากการควบคุมแล้วคือ การตรวจสอบร้านจำหน่ายหรือแหล่งผลิตให้เข้มงวดต่อการจำหน่าย ที่ผ่านมาจะเห็นว่าแม้ยาหรือสารอันตรายซึ่งต้องได้รับใบสั่งจากแพทย์ ไม่ว่ากลุ่มสัตว์หรือคนโดยทั่วไปก็ยังคงซื้อหาได้ในท้องตลาด ดังนั้นนอกจากการควบคุมแล้วยังต้องมีการสุ่มตรวจ หรือแม้กระทั่งการล่อซื้อเหมือนกับยาเสพติดเลยด้วยซ้ำ หากเป็นไปได้ ต้องจริงจังและมีบทลงโทษผู้จำหน่ายและผู้ซื้ออย่างเด็ดขาดด้วย