
ถ้ายึดหลักการก็ไม่ต้องกลัว
ถ้ายึดหลักการก็ไม่ต้องกลัว : บทบรรณาธิการประจำวันที่15ต.ค.2556
การตัดสินใจสั่งปิดถนนทั้ง 14 สายของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ทำงานภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยได้รับมอบหมายจากรัฐบาลที่ใช้กฎหมายฉบับนี้ในการควบคุมสกัดกั้นการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่แยกอุรุพงษ์ และกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่สวนลุมพินี ที่อาจจะเคลื่อนขบวนมาปิดทำเนียบรัฐบาล ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางทั้ง 14 เส้นทาง นับเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของรัฐบาลในการตัดสินใจใช้อำนาจ เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องยอมเปิดบางเส้นทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
กำแพงคอนกรีตที่ถูกนำมาเรียงรายปิดล้อมเส้นทางเพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวเข้าไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล กำลังจะกลายเป็นสัญลักษณ์ เป็นเครื่องหมายที่ต่อต้านรัฐบาล และผลักดันมวลชนให้ออกห่างรัฐบาลมากขึ้น ยิ่งคอนกรีตหนาเท่าใด แรงต้านก็จะเพิ่มมากขึ้นและขยายวงออกไปเรื่อยๆ จนน่าสงสัยว่า ที่สุดแล้วกำแพงที่จะล้อมทำเนียบรัฐบาลนั้น จะต้องหนาเท่าใด กว้างแค่ไหน สูงเพียงใด ที่จะทำให้เสียงแห่งความไม่พอใจในการบริหารประเทศของรัฐบาลดังไปไม่ถึงหูของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทั้งหลาย
จะว่าไปแล้ว รัฐบาลนี้ก็มีประสบการณ์ในการชุมนุมกันมาอย่างโชกโชน ยืนยันมาตลอดว่า สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมนั้นมีบทบญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับไว้ เช่นเดียวกับนายตำรวจใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล อย่าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่รับรู้ว่า มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงอยู่ แต่ก็กลับข้องใจว่า เหตุใดกรุงเทพมหานครถึงไม่ห้ามปรามการชุมนุมที่อุรุพงษ์ของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย พฤติกรรมเช่นนนี้ เป็นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ออกมาคัดค้านการชุมนุมของฝ่ายตรงกันข้าม
นอกจากนี้ วันที่ 14 ตุลาคม ก็เป็นวันครบรอบวันมหาวิปโยค 14 ตุลา 2516 ซึ่งจะต้องมีการจัดกิจกรรมรำลึกการชุมนุมใหญ่ของประชาชน นิสิต นักศึกษา จากทั่วประเทศจะมารวมตัวกันที่กรุงเทพมหานครอยู่แล้ว แม้ว่าในวันนี้คนเหล่านั้นจะแยกแนวคิดกันคร่าวๆ เป็นสองขั้วกันแล้วก็ตาม ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องคิดให้รอบคอบว่า จะห้ามการชุมนุมทางการเมืองเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ แล้วมากระทบกับการรำลึกการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยอย่างเข้มแข็งเมื่อ 40 ปีที่แล้วได้อย่างไร เหมาะสมหรือไม่
น่าเห็นใจรัฐบาล ที่เผชิญกับการชุมนุมทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง แต่การตัดสินใจใช้อำนาจเพื่อดำเนินการใดๆ ของรัฐบาลก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและบนพื้นที่ฐานของความรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่ว่าประชาชนกลุ่มนั้นจะเป็นคนกลุ่มน้อยหรือมาก จะเป็นกลุ่มประชาชนที่ลงคะแนนเลือกรัฐบาลมาหรือไม่ก็ตาม หากรัฐบาลยืนอยู่บนหลักการนี้อย่างเคร่งครัด อย่าว่าแต่แรงต้านรัฐบาลจะลดลงเลย เมื่อประชาชนได้เห็นได้รับรู้ถึงการปฏิบัติตามหลักที่ควรจะเป็นของรัฐบาลแล้ว พวกเขาก็พร้อมที่จะออกมาเป็นโล่มนุษย์เพื่อปกป้องรัฐบาลอย่างเต็มใจและเต็มที่



