คอลัมนิสต์

เรียนรู้จากคนหนุ่มสาว

เรียนรู้จากคนหนุ่มสาว

14 ต.ค. 2556

เรียนรู้จากคนหนุ่มสาว : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2556

              ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาเป็นแน่ ที่ในวันนี้เรายังคงได้เห็นภาพการแสดงออกของขบวนการนิสิตนักศึกษากลุ่มหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เป็นเพียงเศษเสี้ยวของนักศึกษาอีกหลายแสนคน ด้วยพวกเขาพากันกู่ร้องก้องถึงการเอารัดเอาเปรียบประชาชน ทั้งจากภาครัฐ และ "นายทุน" ความไม่เสมอภาคกันทางสังคม และสภาพแวดล้อมที่เสื่อมทรามลงอันเป็นผลมาจากความเห็นแก่ได้ของคนในสังคม ทั้งๆ ที่โดยภาพรวมแล้ว สังคมแทบจะพากันเชื่อโดยสนิทใจว่า ทุกวันนี้ไม่มีขบวนการนิสิตนักศึกษาหลงเหลืออยู่แล้ว หากแต่สิ่งที่ดำรงอยู่คือ หนุ่มสาวผู้ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไม่สนใจเหตุการณ์บ้านเมือง ปัญหาสังคม หยิบโหย่งและถึงขั้นเห็นแก่ตัวเสียด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ภายใต้บริบทอันว่าด้วยความเปลี่ยนผ่านของสังคมโลกยุคใหม่ที่เน้นการบริโภคเป็นด้านหลัก

              การเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษากลุ่มเล็กๆ ที่แสดงออกผ่านกิจกรรมทางสังคมดังกล่าวมา นอกจากจะสะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแล้ว ยังเป็นประจักษ์พยานบ่งบอกว่า ความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำที่ยังดำรงอยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ผู้คนที่เคยถูกขนานนามว่าเป็น "ปัญญาชน" จะเพิกเฉยได้อีกต่อไป ถึงแม้กระแสทุนนิยมจะสนับสนุนให้สังคมมุ่งเอาชนะคะคานกันทางเศรษฐกิจแก่งแย่งกันไขว่คว้าหาความมั่งมีศรีสุข โดยไม่คำนึงถึงวิธีการได้มา สุดท้ายจึงจบลงด้วยเรื่องทำนองเดียวกัน นั่นคือผลประโยชน์ทับซ้อนกันทั่วบ้านทั่วเมืองจนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว

              นักศึกษากลุ่มดังกล่าวยังแสดงความเห็นว่า ในฐานะที่พวกเขาเรียนกฎหมาย ก็จะใช้ความรู้ที่ได้รับการประสิทธิ์ประสาทมาด้วยภาษีอากรของประชาชนทั้งนั้นไปเพื่อช่วยเหลือค้ำจุน ผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม เท่าที่กำลังกายและสติปัญญาจะอำนวย แม้ว่าบางคนจะต้องเสี่ยงภัย เสี่ยงชีวิตกับการถูกปองร้าย เพราะเข้าไปขัดผลประโยชน์กลุ่มคนที่เขาเรียกว่า "นายทุน" บางคนถูกบริษัทขนาดใหญ่ผู้รับประทานบัตรจากภาครัฐใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่คุกคาม รวมไปถึงลงมือฟ้องร้องดำเนินคดีกันเลยทีเดียว ทั้งๆที่พวกเขาเป็นนักเรียนกฎหมายโดยแท้ นั่นย่อมแสดงว่า ยังมีนักกฎหมายอีกบางคนที่เลือกอยู่อีกฝ่าย เพื่อปกปักผลประโยชน์ของทุน ทั้งๆ ที่ทั้งสองฝั่งนี้ เรียนกฎหมายมาจากเล่มเดียวกัน

              ภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นในวันนี้ วันที่อยู่ในห้วงเวลาของงานรำลึก 40 ปีเหตุการณ์ 14 ตุลา สังคมของเราได้ประจักษ์ว่า ยังมีคนหนุ่มสาวอีกกลุ่มหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ หากแต่ได้แสดงความกล้าหาญและ "สาระ" ที่อยู่ในจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ก้าวออกมายืนแถวหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม คล้ายกับที่คนรุ่นพ่อรุ่นลุงของพวกเขาเคยลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ กิจกรรมเช่นว่านี้จึงเสมือนเป็นเครื่องมือถ่วงดุลในสังคมไม่ให้หลุดพ้นจากหลักธรรมาภิบาลจนยากเกินจะเยียวยา แม้จะเป็นที่รู้กันอยู่ถ้วนทั่วว่า ทุกวันนี้การคอร์รัปชั่นโดยตรง กินตามน้ำตามกระแส และผลประโยชน์ทับซ้อนได้แผ่ซ่านไปทุกหัวระแหงจนน่าวิตกว่า จุดจบของมันจะนำมาซึ่งความวิบัติในสังคม