
รัฐบาลปี3:ผลงาน+พีอาร์ยกกำลังสอง
รัฐบาลปี3:ผลงาน+พีอาร์ยกกำลังสอง : กระดานความคิด โดยไพศาล อินทสิงห์ ม.นเรศวร
ย้อนกลับไปเมื่อแรกเข้าบริหารประเทศ รัฐบาลอาจทุ่มเททำงานหนัก 2 เท่า เพื่อมุ่ง “สร้างสุข สลายทุกข์”ให้ประชาชนตามนโยบายที่หาเสียงไว้
ถึงวันนี้ผ่านครึ่งทางมาแล้ว กำลังก้าวสู่ปี 3 ต้องยกกำลังสอง เพราะบริบทเปลี่ยนไป การเมืองเข้มข้น ปัญหามากขึ้น สถานการณ์รุมเร้า ไล่เรียงดูเถอะ ที่สำคัญ ผ่านปีนี้ไป ปีหน้า(งบ’58) ยังมีเลือกตั้งใหม่ โจทย์ใหญ่รออยู่
ฉะนั้น จากวันนี้ไปทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน คงต้องกระทำทุกวิถีทาง เพื่อแก้สมการโจทย์ใหญ่ โดยมีคำตอบหรือเป้าหมาย อยู่ที่การชนะเลือกตั้ง
ขึ้นชื่อว่า นักการเมือง ล้วนอยากเป็นฝ่ายบริหารทั้งสิ้น ถึงตอนนั้นรัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นใคร.? เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ว่ากันไปตามกติกาประชาธิปไตย
ปีหนึ่งๆแป๊บเดียว ทำเล่นไป จะดีหรือไม่ ประการใด หากใช้สูตรรัฐบาลปี 3 = ผลงาน +พีอาร์ยกกำลังสอง ไม่โกยคะแนนตอนนี้ จะไปโกยตอนไหน คงมิเพียงหวังผลงานเหมือนปี 1-2 แล้วจบ แต่ยังต้องนำไปใช้หาเสียงอีกด้วย ซึ่งดูจากบริบทการเมืองแล้วคาดว่า ไม่ธรรมดา
ใครรอเวลาไว้ปี 4 อาจล่าช้าไป หากเกิดอุบัติเหตุยุบสภาขึ้นมา ก็จบเห่เอวัง
จะอยู่ครบเทอม 4 ปีหรือไม่ ไม่รู้ รู้แต่ว่าในปี 3 safety first ปลอดภัยไว้ก่อน ดีกว่ามั๊ย ? ฝ่ายค้านก็ต้องพร้อมใช่จะยอมกันอีกแล้ว ต่างประมาทอะไรใครไม่ได้ สูตรใครก็สูตรใคร แก้สมการหาคำตอบอย่างไร อยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
อาจมีตัวแปรปัจจัยหลายอย่าง หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้น ย่อมพิจารณาจากผลงานหรือคุณค่างาน เป็นอื่นไปไม่ได้โดยดูว่า รัฐบาลทำอะไร ฝ่ายค้านทำอะไร เพราะประชาชน ไม่ว่าเป็นใคร ก็อยากได้นักการเมืองที่เข้ามาทำประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น
ทำผลงานคุณภาพได้เท่าใด ได้คะแนนนิยมเท่านั้น
ถึงบอกว่า ต้องเร่งผลงานยกกำลังสอง ขับเคลื่อนงาน ขับเคลื่อนงบ 2,525,000 ล้านบาทในมือ กำชับย้ำชัดฟันเฟืองทุกตัวของรัฐ ผู้นำกระทรวง ผู้นำกรม ผู้นำจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการต่างๆให้“แปลงงบเป็นงาน” กระจายลงไปพื้นที่ทุกตารางนิ้ว ทั่วไทยทั่วถึงด้วย 3 ร.นั่นคือ “เร่งทำงานแข่งเวลา + เร่งเบิกจ่ายงบ + เร่งประชาสัมพันธ์ผลงาน”
เร่งพีอาร์ยกกำลังสอง ทั้งตอก ทั้งย้ำให้จดจำได้ ถึงเวลากลไกพีอาร์รัฐ ทั้งโฆษกรัฐบาล โฆษกกระทรวง โฆษกกรม ประชาสัมพันธ์จังหวัด ที่จะต้องผนึก ประสาน บูรณาการ เพื่อสร้างพลังพีอาร์ข่าวสารรัฐกระเพื่อมประเทศ หวังผลปูพรมเข้าถึง ครอบคลุมทุกตรอกทุกซอกมุม ชุมชนตำบลหมู่บ้าน ชนิดที่เรียกว่า กลุ่มเป้าหมายอยู่ไหน ข่าวสารรัฐไปถึงนั่น ไม่เช่นนั้น ฝ่ายค้านช่วงชิงเข้าถึงกว่า ไม่ว่ากัน
อย่าลืมว่า มีผลงานก็จริง แต่ทำให้ประชาชนรับรู้ไม่ได้ ก็(อาจ)ไร้ความหมาย
ขณะที่ฝ่ายค้านในปี 3 ย่อมต้องเร่งสร้างผลงานด้วยการตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น เป็นสิ่งจำเป็น ขาดไม่ได้ ค้านเชิงสร้างสรรค์ มีแต่ได้ ค้านเชิงทำลาย มีแต่เสีย ทำอย่างไรให้ได้อย่าง น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก จับเรื่องการจำนำข้าวชนิดที่ใครๆสนใจโฟกัส อยากรู้ เป็นที่กล่าวขานถึง ซึ่งสร้างความสั่นคลอนรัฐบาล สังคมจดจำได้ ไม่มีลืม หรือท่านอื่นๆก็ตาม เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ เลือกแก่น ส่วนเปลือกให้หน่วยงานตรวจสอบปกติว่าไป
มิเช่นนั้น อาจถูกมองจ้องจับผิดหรือไม่ ไม่แน่ใจ
การค้านที่มุ่งตอบโต้ เกทับ เย้ยหยัน ใช้อารมณ์ อาจชนะสะใจชั่วครู่ หรือไม่ ประการใด ประชาชนจะเห็นดีเห็นงามไปกับเราด้วยหรือเปล่า เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไร ไม่เห็นดีด้วย ก็ไม่ยั่งยืน(คะแนนนิยม) เป็นจุดอ่อน
มิเพียงมุ่งค้านเท่านั้น แต่อะไรดี ควรหนุน แนะนำ เสริมเพิ่ม เติมเต็ม ให้ประชาชนได้รับโอกาสและประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นี่สิจุดแข็งที่น่าสนใจ เชื่อว่า สังคมเห็นดีเห็นงามด้วยแน่นอน
เร่งแปลงจุดแข็ง เป็นจุดขายโดยสื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้จดจำ เช่น จัดรายการเสวนาทางสื่ออย่างต่อเนื่องทุกเดือนๆละครั้ง ฯลฯ ตอกย้ำภาพผลงาน ทั้งค้านและหนุน เป็นการเมืองน้ำดี ไม่มีที่ไหน มามีที่นี่(ประชาธิปัตย์)
ชูความเป็นฝ่ายค้านยุคใหม่ปี 3 : ผลงาน+พีอาร์ยกกำลังสอง เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าทำอยู่แล้ว ทำเพิ่มมากขึ้น ชูประโยชน์ประชาชน ประเทศชาติ เป็นเป้าหมายนำ มิใช่ประโยชน์พรรค หรือแตกหักรัฐบาล
อยู่ที่คุณภาพการทำหน้าที่ใด ของใคร ไม่ว่ารัฐบาล ฝ่ายค้าน ใครสร้างสรรค์กว่า ประชาชนพึงพอใจใคร ฝ่ายค้านอาจกลับมาบริหาร รัฐบาลอาจไปค้าน ก็เป็นไปได้ ใครจะรู้ เป็นโอกาสและความท้าทายทางการเมืองไม่น้อย
สูตรไหนเหมาะสม สมการใดถูกต้อง ประชาชนเป็นผู้เฉลย.!?



