
'คัมภีร์วิถีเพศ'จัดการเอดส์และท้องไม่พร้อม
'คัมภีร์วิถีเพศ'จัดการเอดส์และท้องไม่พร้อม : กระดานความคิด โดยประจวบ วังใจ
แม้จะไม่ปรากฏเป็นข่าวจนกลายเป็นกระแสสังคมเหมือนเช่นอดีต แต่ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์โรคเอดส์ในปัจจุบันจะทุเลาเบาบางลง กลับกัน-การแพร่ระบาดยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน จากรายงานล่าสุดของสำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ระบุว่ามีผู้ป่วยเอดส์ทั้งหมด 376,274 ราย ขณะที่ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ชี้ว่า ในปี 2555 ประเทศไทยจะมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์สะสมรวม 1,157,589 ราย จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,473 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 คน
ข้อมูลนี้น่าสนใจมากขึ้น เมื่อพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้น 62 เปอร์เซ็นต์อยู่ในกลุ่มชายรักชาย พนักงานขายบริการทางเพศ ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด และที่สำคัญข้อมูลเริ่มพลิกกลับจากอดีตเมื่อวัยรุ่นหญิงมีอัตราป่วยด้วยโรคเอดส์สูงกว่าเพศชายจำนวน 2 ต่อ 1
จากสถานการณ์นี้ ทำให้องค์กรโลก (Global Fund) ที่มีบทบาทสำคัญในการให้ทุนดำเนินการแก้ปัญหาเอดส์ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) คิดค้น “เครื่องมือ” ในการพัฒนาและรับรองโครงการที่ทำงานเกี่ยวกับเอดส์ในประเทศไทย เพื่อให้การดำเนินงานของแต่ละโครงการสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด
ที่ผ่านมานั้น การทำงานของแต่ละโครงการไม่ค่อยจะได้ผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้มากนัก ส่งผลต่อคนทำงาน บ้างก็ทดท้อ เบื่อหน่าย ทำงานซ้ำๆ เหมือนไม่มีวัตถุประสงค์ในการทำงาน เมื่อมีการนำเครื่องมือที่เรียกว่า “คัมภีร์วิถีเพศ” มาใช้ ทำให้แต่ละโครงการมีความชัดเจนในการทำงานมากขึ้น ว่าเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร
อย่างเช่นที่โรงเรียนบ่อสุพรรณวิทยา อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก สอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ที่นี่มีนักเรียน 273 คน ปัญหาที่พบคือนักเรียนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้อยู่กับผู้ปกครอง เพราะพ่อแม่ต้องออกไปเป็นคนงานในไร่อ้อย ดังนั้นจึงตกอยู่ในความเสี่ยงของวัยเจริญพันธุ์ ทั้งการตั้งครรภ์ การทำแท้ง การถูกกระทำรุนแรงทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ทางโรงเรียนจึงเริ่มทำโครงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง อบต.บ่อสุพรรณ และภาคประชาสังคมเอดส์ อ.สองพี่น้อง โครงการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 มีการจัดกิจกรรม ให้ความรู้ แต่ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย ในปีการศึกษานั้นพบเด็กนักเรียนหญิงตั้งครรภ์ 5 ราย ต่อมาปี 2555 ได้ทำโครงการต่อเนื่องอีกครั้ง ปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์ของโครงการไม่ดีขึ้น นักเรียนหญิงท้องเพิ่มขึ้นเป็น 6 ราย
ต่อมาในปี 2556 ทางคณาจารย์โรงเรียนบ่อสุพรรณวิทยา ก็ไม่ได้ย่อท้อ ดำเนินโครงการต่อ แต่ปีนี้ได้นำเอาเครื่องมือ “คัมภีร์วิถีเพศ” มาใช้ เริ่มจากการปรับทัศนคติสมาชิกทุกคนในโรงเรียน ทั้งครูและนักเรียน เกี่ยวกับปัญหาของวัยรุ่น อย่างเช่น หากมีนักเรียนตั้งครรภ์ แทนที่จะกีดกันให้ออกนอกระบบ ก็ปรับเปลี่ยนให้มีความเข้าใจในปัญหาของเด็กมากขึ้น
ส่วนการทำกิจกรรมนั้น ไม่มีการแบ่งแยก ให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสได้เข้าถึงกิจกรรมและความรู้เท่ากันหมดทุกคน โดยใช้ช่วงเวลาโฮมรูมในการทำกิจกรรม พร้อมกับวางเป้าหมายให้แก่คณะครูที่ทำงานว่าต้องสร้างเสริมให้นักเรียนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้ โดยเฉพาะการใช้ถุงยางอนามัยในนักเรียนชายและให้นักเรียนหญิงรู้จักการต่อรองใช้ถุงยางอนามัย โดยเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่ชะลอการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน
เมื่อกิจกรรมตามโครงการของโรงเรียนบ่อสุพรรณวิทยาผ่านไปแล้วหนึ่งเทอม พบว่านักเรียนได้ความรู้เพิ่มขึ้นและที่สำคัญยังไม่มีเด็กนักเรียนหญิงคนไหนพลาดพลั้งถึงตั้งครรภ์แม้แต่คนเดียว
หรือนี่คืออาจจะเป็นผลของการใช้ “คัมภีร์วิถีเพศ” เครื่องมือใหม่ในการทำโครงการเกี่ยวกับเพศและเอดส์
คัมภีร์วิถีเพศถือเป็นกระบวนการเรียนรู้เสริมสร้างทักษะร่วมกับผู้ปฏิบัติงานให้พัฒนาโครงการ ใช้รูปแบบ กลวิธี และเครื่องมือเข้าไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ประการ คือ 1.มีแผนปฏิบัติงานชัดเจน 2.มีภาคีร่วมปฏิบัติงาน 3.มีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย และ 4.มีการประเมินผลเพื่อนำไปสู่ระดับนโยบาย
กลวิธีในการทำงานแบบนี้ ใช่ว่าจะใช้ได้กับงานหรือกิจกรรมเพื่อลดปัญหาทางเพศได้เพียงอย่างเดียว หากโครงการ หรือหน่วยงานอื่นใดนำไปปรับใช้ โดยยึดหลักสำคัญ เชื่อว่าโครงการไปได้ดีแน่นอน



