คอลัมนิสต์

ปรับครม.-งานนี้ต้องมีเคลียร์

ปรับครม.-งานนี้ต้องมีเคลียร์

08 ต.ค. 2556

ปรับครม.-งานนี้ต้องมีเคลียร์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

               กระแสข่าวว่าจะมีการพบกันระหว่างพี่ชาย-น้องสาว ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำท่าว่าจะเป็นเรื่องจริง

               มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกจากฮ่องกง ไปยังประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังมีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 21 และ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ไปร่วมประชุมด้วย

               ก็เลยมีการคาดกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้ถกเหตุผลกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในเรื่องการปรับ ครม.

               ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งสัญญาณว่า จะต้องมีการปรับครม. ซึ่งเบื้องต้นมาจากรัฐมนตรีที่มีปัญหาถือครองหุ้น

               ทว่าสัญญาณที่ส่งออกจาก นายกฯ ยิ่งลักษณ์ กลับเป็นสิ่งตรงกันข้าม ดูจากการให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ก็ชัดเจน โดยระบุว่า ไม่อยากปรับบ่อย อยากให้งานต่อเนื่อง

               แต่ก็เปิดทางถอยเอาไว้ว่า ต้องดูจังหวะ !

               แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ประเมินจากทั้งหมดแล้วน่าจะเป็นพี่ชายที่ต้องการให้ปรับ ครม.เสียเอง

               คนวงในขยายปมให้เห็นเหตุที่มีความต้องการปรับ ครม.ในช่วงนี้ว่า เป็นเพราะต้องการเอาแกนนำเสื้อแดงมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะในจังหวะนี้ ความต้องการแรงหนุนจากมวลชนคนเสื้อแดงได้กลับมาแล้ว ทั้งในแง่ของการแก้ไขกฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญ และเป็นเกราะป้องกันรัฐบาล

               เพราะหากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ โอกาสที่จะได้หวนคืนแผ่นดินเกิดแบบไร้รอยขีดข่วนมลทินคงจะริบหรี่

               นั่นก็เลยทำให้มีการขอเก้าอี้รัฐมนตรี 5-6 ตำแหน่ง เพื่อรองรับแกนนำคนเสื้อแดงที่หนึ่งในนั้นคือ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ซึ่ง "เกือบ" ได้เก้าอี้รัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้งหลายหน

               อีกคนที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ จตุพร พรหมพันธุ์ นักรบที่เต็มไปด้วยริ้วรอยหอกดาบ จนทำให้วืดเก้าอี้เสนาบดีมาแล้วหลายหนเช่นกัน

               เก้าอี้รัฐมนตรีที่มีการ "ชี้" ว่าจะเอาก็คือ "มท.1" ซึ่งต่างก็รู้กันดีว่า เก้าอี้ตัวนี้ปรับ ครม.คราวใดก็มักจะเป็นเก้าอี้เจ้าปัญหา เพราะว่าใครต่อใครที่คิดว่า บารมีมากพอแล้วต่างก็จ้องกันตาเป็นมัน

               แต่มองในมุมคนใจถึงมือเติบก็ต้องบอกว่า "คิดนอกกรอบ"

               ไหนๆ ก็จะให้แล้ว ไหนๆ จะซื้อใจกันแล้ว ก็เอาบิ๊กเบิ้มไปเลยไม่ดีกว่าหรือ จะได้ไม่ต้องมีการพูดลับหลังกันว่า ให้มาแค่เศษเนื้อข้างเขียง

               แต่ปัญหาคือ เก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่านั้นมีบางส่วนต้องไปกระทบกับ "โควตาส่วนตัว" ของ น้องสาว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา บรรดา "โควตาส่วนตัว" นั้น ได้ทำหน้าที่ทั้งปกป้องทั้งโปรโมทตัวตนของน้องสาวมาโดยตลอด

               แล้วจะให้เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?

               แต่จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ในภาวะที่รัฐบาลโอนไปเอนมา หันซ้ายก็เจอศาล หันขวาก็เจอปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งกระทบผู้คนมหาศาล โครงการใหม่ๆ ก็ไม่รู้จะเกิดได้เมื่อไหร่ เพราะติดแหง็กอยู่กับการตีความ-วินิจฉัย ทั้งในตัวกฎหมายเอง และการด่วนตัดสินใจจนลืมกรอบกฎหมายที่มีอยู่แต่เดิม

               ที่สำคัญ คำขู่ของ "อัล-ไกดา" ที่ว่าของเก๊ แล้วก็คิดว่า อยู่แถวๆ เอเชียก็เริ่มส่อเค้าว่าจะก้ำกึ่งระหว่างจริงเท็จขึ้นทุกที นายกฯ หอบ สมช.-ทหารไปคุยกับปากีสถานเมื่อหลายวันก่อนมันสะท้อน "การข่าว" ได้เป็นอย่างดีว่า เรื่องนี้ของจริงหรือลวงโลก

               แล้วหากมันส่อจะจริงขึ้นมา ก้าวย่างบนแผ่นดินประเทศนั้นประเทศนี้ มันจะมีที่ไหนปลอดภัยเท่ากับแผ่นดินเกิด

               งานนี้เลยต้องมี เคลียร์ !

..................

(หมายเหตุ : ปรับครม.-งานนี้ต้องมีเคลียร์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)