คอลัมนิสต์

ที่ดินทำกินเป้าหมายแก้จนท้าทายรัฐบาล

ที่ดินทำกินเป้าหมายแก้จนท้าทายรัฐบาล

08 ต.ค. 2556

ที่ดินทำกินเป้าหมายแก้จนท้าทายรัฐบาล : กระดานความคิด โดยรุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน

               นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวขณะแถลงข่าว “วันที่อยู่อาศัยโลก” ว่า เคยนั่งรถไปกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ แล้วนายกรัฐมนตรีเปรยว่า ประเทศไทยมีที่ดินมหาศาล แต่ก็ยังมีคนจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน

               ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะอย่างน้อยยืนยันว่า ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาที่นายกรัฐมนตรีรับรู้เป็นพื้นฐาน แต่สิ่งที่จะเป็นรูปธรรมไปกว่านั้นก็คือ รัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรกับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินที่เริ่มก่อรูปมาระยะหนึ่งแล้วในส่วนของภาคประชาชน โดยเฉพาะกับข้อเสนอที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) ที่ขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และรัฐบาลดำเนินการ ประกอบด้วย

               1.ให้มีนโยบาย ถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดเผยข้อมูลและสนับสนุนข้อมูล ในการจัดทำข้อมูลที่ดินแนวใหม่ให้ชัดเจน เป็นระบบ และสนับสนุนการจัดการปัญหาที่ดินให้เป็นรูปธรรมในระยะเวลา 3 ปี

               2.ตั้งคณะทำงานจัดการที่ดินที่อยู่อาศัย ระดับจังหวัด ในสัดส่วนที่สมดุลระหว่างผู้เดือดร้อน ท้องถิ่น ท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

               3.ให้ภาคประชาชนและเครือข่ายที่ดินแนวใหม่มีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุลและยั่งยืน

               4.ให้สนับสนุนการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยแนวใหม่ เช่น กระบวนการ และกองทุนระดับตำบล และระดับชาติ

               5.ให้ชะลอการจับกุมหรือพิสูจน์สิทธิ์ โดยร่วมสำรวจข้อมูล ผังแปลงที่ดิน สิทธิชุมชน ไกล่เกลี่ย หาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

               6.กรณีโครงการและนโยบาย ที่มีผลกระทบต่อชุมชน ให้จัดเวทีหาทางออกและแก้ไขปัญหาร่วมกัน

               7.ที่ดินที่อยู่ในมือหน่วยงานของรัฐที่ถูกทิ้งรกร้างว่างเปล่า ให้มีนโยบายจัดสรรให้ชาวบ้านนำที่ดินไปใช้ประโยชน์

               แน่นอนว่า ข้อเรียกร้องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นบนสุญญากาศแต่เป็นข้อสรุปจากการทำงานแก้ปัญหาด้วยตัวเองมาระดับหนึ่งแล้ว

               ข้อมูลจาก นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้แทนเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ พบว่า ภาพรวม 4 ภูมิภาค กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก มีพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแนวทางกระบวนการที่ดินแนวใหม่ ผังชีวิตชุมชนในปี 2555 ทั้งสิ้น 517 ตำบล จาก 2,326 ตำบล ขาดแคลนที่ดินทำกิน 296 ตำบล ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง 270 ตำบล ปัญหาที่ดินหลุดมือ 202 ตำบล พื้นที่ป่าสงวน 116 ตำบล และพื้นที่อุทยาน 107 ตำบล

               ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการทั่วประเทศกว่า 1,300 ตำบล จะผลักดันให้เกิดกระบวนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกตำบลในประเทศไทย

               การขับเคลื่อนการจัดการที่ดินแนวใหม่ ชาวบ้านกลุ่มนี้ใช้เครื่องมือสำคัญคือการจัดทำแผนที่ทำมือ ผังชีวิตชุมชน กองทุนที่ดินระดับตำบล เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาที่มาจากการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ที่สามารถแก้ปัญหาที่ดินทั้งที่เป็นกรณีพื้นที่ทับซ้อน การขาดแคลนที่ดิน หรือที่ดินหลุดมือ เป็นต้น ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่นๆ

               ยกตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จก็คือ ผู้เดือดร้อน 7 ตำบล ใน จ.สระแก้ว ปัจจุบันมีที่ดินที่อยู่อาศัยที่เป็นของตัวเอง รวม 478 ไร่ 1 งาน มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 152 ครัวเรือน

               น.ส.กนิษฐา ปรีชาพีชคุปต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. บอกว่า เป้าหมายภายใน 5 ปี ประชาชนซึ่งมีปัญหาที่ดินทำกิน 10 ล้านคน จะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตัวเอง ทั้งหมดที่กำลังทำเป็นทางแก้ไขปัญหาที่ดินที่คนจนจะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของทุกคน ทุกครัวเรือน คนจนที่มีปัญหาทั้งเมืองและชนบทจะต่อสู้เพื่อเอาดินกลับคืนมาให้ลูกหลาน เพื่อสิทธิที่เป็นของคนจน คนจนจะถือครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล รักษาที่ดิน

               สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ทัศนะต่อปัญหาที่ดินทำกินของนายกรัฐมนตรีที่เปรยกับรัฐมนตรีปวีณาจะเป็นทัศนะเดียวกับภาคประชาชนหรือไม่