
ความสุขของคนไทยคือความสุขใจของในหลวง
ความสุขของคนไทยคือความสุขใจของในหลวง : กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
ความรุนแรงทางการเมืองได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2552 ตลอดเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล พอถึงเดือนธันวาคมในปีเดียวกัน ตลอดทั้งเดือน เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองกลับยุติลงได้อย่างมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นความประหลาดใจของคนต่างชาติ แต่เป็นเรื่องตามปกติของคนไทยที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เดือนธันวาคมของทุกปีเป็นเดือนแห่งความสุขของคนไทย เพราะเป็นเดือนพระราชสมภพของในหลวง
สำนักวิจัย “เอแบคโพลล์” ได้สำรวจสอบถามประชาชนทั่วประเทศ เมื่อ 5 ธันวาคม 2552 เรื่องสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันกับความสุขมวลรวมของคนไทยวันนี้ พบว่าระดับความสุขของคนไทยในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 นั้น มีคะแนนสูงถึง 9.86 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งสูงยิ่งกว่าช่วงที่เคยสำรวจในช่วงพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อเดือนมิถุนายน 2549 ซึ่งอยู่ที่ 9.21 คะแนน ประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2552 จึงสุขสงบได้ตลอดทั้งเดือน เพราะคนไทยต่างก็รู้ดีว่า "ความสุขของในหลวง คือการเห็นคนไทยมีความรักและสามัคคีกัน" นั่นเอง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า “ความสุขของคนไทยคือความสุขใจของในหลวง”
ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2552 ที่โรงพยาบาลศิริราชมีคนไทยและชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยเดินทางมาจากทุกภูมิภาค, ทุกสาขาอาชีพ มีทั้งเศรษฐี, ยาจก, ข้าราชการ ฯลฯ เพื่อมาร่วมลงชื่อถวายพระพรในหลวงมากถึง 1.57 ล้านรายชื่อ ซึ่งแต่ละรายชื่อก็เป็นเสมือนกับตัวแทนของครอบครัว, องค์กร, บริษัทและหน่วยงานต่างๆ ที่นำความรู้สึกของ “คนไทย” มาถวายพระพรด้วยความรัก, ความห่วงใย และความเคารพนับถือ นอกจากนั้นในวันคืนที่ 4 ธันวาคม 2552 ยังมีประชาชนหลายร้อยคนมาชุมนุมที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อรอโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวงในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประเพณีปฏิบัติของประชาชนชาวไทยสืบเนื่องกันจนถึงปัจจุบันนี้ “การมีความสุขของคนไทยในเดือนธันวาคม 2552" ได้ถูกสำนักข่าวต่างประเทศสำคัญเกือบทุกสำนักนำไปเป็นหัวข้อรายงานข่าว เช่น สำนักข่าวเอเอฟพี, ดีพีเอ, เอพี, บีบีซี ฯลฯ เช่น
สำนักข่าวดีพีเอ รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับเสถียรภาพของประเทศ ด้วยพระราชภารกิจด้านการพัฒนาที่ทรงปฏิบัติมาตลอด ทำให้พระองค์เป็นที่รักและเคารพของประชาชน และได้รับการยกย่องว่า ทรงเป็นผู้บุกเบิกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สหประชาชาติให้การยอมรับ
สำนักข่าวเอพี ได้นำพระราชดำรัสที่รับสั่งว่า “ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้า จะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงทั้งนั้น” มาตีพิมพ์และวิเคราะห์ว่า “พระองค์ทรงเป็นพลังแห่งเสถียรภาพตลอดระยะเวลา 6 ทศวรรษที่อยู่ในราชบัลลังก์”
ความมหัศจรรย์ในเดือนธันวาคม ปี 2552 ไม่ได้หมดลงแค่นั้น ยังปรากฏเหตุการณ์ที่น่าจดจำซึ่งเผยแพร่อย่างต่อเนื่องกันออกไปทั่วโลกอีก 2 กรณี ได้แก่
ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่ 1
การจัดงานมหกรรม “ถนนแห่งความสุข” บนถนนราชดำเนินกลาง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ภายใต้แนวคิด “ความสุขของคนไทยใต้แสงพระบารมี” เดิมกำหนดเวลาไว้แค่วันที่ 3-7 ธันวาคม แต่เมื่อมีผู้คนเข้ามาร่วมงานอย่างมากมายนับแสนคนต่อวัน โดยมีชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานด้วยวันละหมื่นกว่าคน งานจึงถูกขยายต่อเวลาออกไปอีก 6 วัน จนถึงวันที่ 13 ธันวาคม สร้างสถิติงานเทศกาลที่มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วยนับแสนคน
ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่ 2
เกิดจากการรวมใจกันแสดงความรักต่อในหลวงผ่านทวิตเตอร์ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ของคนไทยในกลุ่มสังคมออนไลน์ โดยได้ช่วยกันนำคำว่า #WeLoveKing ขึ้นบนทวิตเตอร์โดยนัดหมายกัน ปรากฏว่าสามารถนำขึ้นไปอยู่ในอันดับหนึ่งของ Trending Topics หรือหัวข้อสนทนายอดนิยม 10 อันดับของโลก ทั้งๆ ที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในประเทศไทยในปี 2552 นั้นมีจำนวนประมาณแสนกว่าคน ไม่ถึง 1% ของประชากรผู้ใช้ทวิตเตอร์ทั่วโลก แต่สามารถทำให้คำว่า “WeLoveKing” ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 นานถึง 2 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ในระยะที่มีการจุดเทียนชัยถวายพระพรเมื่อเวลา 19.29 น.
คำว่า #WeLoveKing ได้เข้าสู่อันดับ 10 แล้วไต่ขึ้นไปสู่อันดับหนึ่งได้ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ในระยะนั้นมีชาวต่างชาติถามกันถึงที่มาของคำนี้อย่างมากมายในสังคมออนไลน์ และเมื่อทราบเรื่องก็เข้าร่วมโพสต์ด้วย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีร่วมใจกันของคนไทยในการโพสต์คำว่า We LoveKing ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่าโพสต์แล้วจะส่งผลอะไร แต่คนไทยที่อยู่ในสังคมออนไลน์ก็ทำไปเพราะความรักในหลวงเท่านั้น ประกอบกับมีชาวต่างชาติที่มาเที่ยวและรู้จักในหลวงของคนไทยเข้ามาสนับสนุนด้วยในจำนวนที่มากพอสมควร น่าจะใกล้เคียงกับคนไทยเลยทีเดียว จึงส่งผลทำให้เกิดความมหัศจรรย์ดังกล่าวขึ้น
ปีนี้แม้จะไม่มีการจัดงานถนนแห่งความสุขขึ้นเหมือนปี 2552 หรือกรณีที่ในหลวงไม่ได้ประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชแล้วก็ตาม แต่ถ้าพวกเราคนไทยร่วมมือร่วมใจกัน โดยเฉพาะกลุ่มสังคมออนไลน์ คำว่า "WeLoveKing" ก็จะกลับขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความรักของคนไทยที่มีต่อในหลวงอย่างไม่รู้เสื่อมคลายแพร่กระจายออกไปทั่วโลกอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่า "ความสุขของคนไทยคือความสุขใจของในหลวง" นั่นเอง



