
มิตรภาพฮุน เซน-อภิสิทธิ์มีผลต่อสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา เป็นผู้นำคนเดียวในเอเชียอาคเนย์ที่เข้าใจเมืองไทยและการเมืองไทยอย่างรู้ไส้รู้พุง แค่ไทยเปิดปากก็เห็นเครื่องในแล้ว จึงไม่แปลก การพบปะกันระหว่าง ฮุน เซนและนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่กรุงพนมเปญนั้น เป็นที่จับตามองกันว่า จะลงเอยกันอย่างไร? ก่อนหน้านี้ผู้นำทั้งสองได้พบกันมาก่อนสามครั้ง แต่บรรยากาศแต่ละครั้งไม่ค่อยจะราบรื่นนักเพราะมันเกี่ยวกับการเมืองภายในไทย
ฮุน เซน สามารถสร้างมิตรภาพและสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำไทยได้ตามที่ต้องการ หรือจะล่อหลอกใช้ผู้นำไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุหลักคือ ฮุน เซน มีความเป็นตัวเองสูง ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน เผชิญกับวิกฤติการเมืองอย่างต่อเนื่องมากกว่าสามสิบปี มีสัญชาตญาณการเมืองดีเยี่ยมในการเอาตัวรอดสูง
สำคัญที่สุด ฮุน เซน ได้สัมผัสนายกรัฐมนตรีของไทยอย่างน้อยๆ เกือบสิบสองคน เข้าถึงความคิด ข้อจำกัด จุดอ่อนจุดแข็งผู้นำไทย ในช่วงที่เขามาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศและดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศตั้งแต่ปี 1979 ถึงในปัจจุบันเป็นเวลา 30 ปี น่าสังเกตคือฮุน เซนไม่เคยเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูถาวรกับผู้นำไทย รวมทั้งผู้นำประเทศอื่นๆ ด้วย (ในอดีตต่อต้านจีน ตอนนี้ซี้กับจีนเป็นที่สุด)
ดูตัวอย่างสายสัมพันธ์พิเศษสุดระหว่างเขากับทักษิณ ชินวัตรที่ทุกคนในไทยยอมรับ ตอนนี้มีอะไรเหลือบ้าง ในสมัยก่อนต้นปี 1990 ทักษิณพยายามโค่นล้มรัฐบาลฮุน เซนเกี่ยวกับสัมปทานมือถือ แต่ทำไม่สำเร็จ ต่อมาทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เลยต้องมาเจอกันและประสานผลประโยชน์ร่วมกันในเวลาต่อมา ทำให้สัมพันธ์ส่วนตัวดีขึ้นเพราะต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ในช่วง3-4 เดือนที่แล้ว ทักษิณยังมีอำนาจการเมืองมากพอในสร้างความเดือดร้อนและการเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ แต่วันนี้ฮุน เซนได้แสดงความคิดเห็นและทัศนคติที่แท้จริงต่อแขกผู้มาเยือนคนใหม่
ฮุน เซน บอกกับ อภิสิทธิ์ วันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เขาเป็นคนไม่เชื่อหมอดู ในอดีตเคยมีหมอดูทายไว้ว่า ถ้าเขาอยู่ในตำแหน่งเลยอายุ 46 ปี เขาจะอยู่นานซึ่งก็เป็นเช่นนั้น เขาบอกว่า อภิสิทธิ์ จะอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองนาน ตอนอายุเกิน 46 ปี ซึ่งอภิสิทธิ์บอกว่าตอนนี้อายุแค่ 45 ปี ฮุน เซนบอกว่ามันอาจจะเริ่มต้นปีที่ 45 ก็ได้
การจัดการวิกฤติการเมืองไทยในช่วงสงกรานต์รวมทั้งการเลื่อนของการประชุมซัมมิต มีส่วนทำให้ฮุน เซนเพิ่มความนับถือต่อตัวนายกรัฐมนตรีหนุ่มคนนี้ เพราะมีความสามารถในการคุมสถานการณ์ได้ แบบมีความรับผิดชอบโปร่งใสและ ซื่อสัตย์ เป็นภาพสะท้อนที่ดีให้ผู้นำ ซึ่งฮุน เซนอยากจะเห็นเกิดขึ้นกับตัวเอง
สัมพันธ์ผู้นำไทย-กัมพูชาที่ดีน่าเชื่อถือ จะนำไปสู่การจัดการปัญหาชายแดนที่เป็นหอกข้างแคร่อยู่ รวมทั้งปราสาทพระวิหาร อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน



