
ประจำวันที่15มิ.ย.
** "กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ปลัดยุติธรรม เปิดคุกคลองเปรมเชิญนักออกแบบเอกชนเข้ามาจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการออกแบบโลโก้ ให้นักโทษในแต่ละเรือนจำมีโอกาสร่วมส่งผลงานเข้าประกวดการออกแบบโลโก้โครงการกำลังใจ 16 มิถุนายนนี้ เปิดให้
** "นัทธี จิตสว่าง" อธิบดีราชทัณฑ์ ฟิตไม่หยุดกับภารกิจปัดกวาดเรือนจำ หลังผลักดันโครงการคลีนนิ่งเดย์ กวาดล้างสิ่งของต้องห้าม โทรศัพท์มือถือและยาเสพติดในเรือนจำความมั่นคงสูง แบบวันเว้นวันต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้มั่นใจในมาตรการเข้มงวด หลังปรับย้ายผู้คุมลอตเก่าแบบยกชุด เพื่อตัดสายสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่กับนักโทษ ที่รู้จักมักคุ้นกันมาช้านาน ชุดปฏิบัติการพิเศษจะเข้าจู่โจมตรวจค้นเรือนจำเป้าหมายซ้ำอีกเป็นระลอก เพื่อตอกย้ำไปยังทุกเรือนจำให้ทุกวันเป็นคลีนนิ่งเดย์
** ออกจะฉุนเล็กๆ สำหรับ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" เจ้ากระทรวงตาชั่ง ไม่รู้เห็นกับปฏิบัติการช่วยเหลือสาวลาวถูกล่อซื้อประเวณี ทั้งที่เข้ามาร้องเรียนต่อยุติธรรมให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของชุดจับกุม บก.ปดส. พอสืบสาวราวเรื่องก็ถึงบางอ้อ เหตุทนายความรู้จักกับที่ปรึกษา "พิชัย บุญยเกียรติ" จึงประสานสั่งการให้ ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านคาราโอเกะที่เกิดเหตุ โดยรายงานเบื้องต้นถูกส่งขึ้นมายังสำนักงานรัฐมนตรีแล้ว แต่เรื่องยังคาอยู่ในห้องที่ปรึกษา เป็นต้นเหตุให้บิ๊กตุ๋ยยังไม่ได้รับรายงานอีกแล้วจ้า
** ภารกิจใต้น้ำพิสูจน์ตู้คอนเทนเนอร์ก้นอ่าวแสมสาร กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าชาวประมงพบโครงกระดูกนับร้อย เดิมก็คาดเดาว่าเป็นซากกระดูกแรงงานต่างด้าว ก่อนจะลุกลามใหญ่โตกลายเป็นโครงกระดูกผู้สูญหายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ หรือไม่ก็ขยะพิษ ร้อนถึงรัฐบาลต้องจัดสรรงบกลาง 7 ล้านบาทมาไขข่าวลือ
** จากการส่งทีมงานออกปฏิบัติการสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตู้คอนเทนเนอร์ โดยสอดกล้องเข้าไปบันทึกภาพในตู้มาตรวจสอบ ไม่มีทั้งโครงกระดูกหรือขยะพิษ มีแต่กุ้งหอยปูปลาล้วนๆ เห็นทีคณะทำงานต้องกลับมาหารือให้รอบคอบว่า หลังจากหมดค่าน้ำมันเรือเที่ยวละหลายแสนบาท จะคุ้มหรือไม่ต่อการทุ่มเงินล้านพิสูจน์ข่าวลือกันต่อไป **



