คอลัมนิสต์

ลงมือทำด้วย-อย่าเอาแต่เตือน

ลงมือทำด้วย-อย่าเอาแต่เตือน

01 ต.ค. 2556

ลงมือทำด้วย-อย่าเอาแต่เตือน : บทบรรณาธิการประจำวันที่1ต.ค.2556

               ความกังวลเกี่ยวกับพายุโซนร้อน "หวู่ติ๊บ" (Wutip) ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนที่กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเข้าฝั่งเวียดนามตอนบนในวันที่ 1 ตุลาคม ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ของรัฐบาลนั้นยังอยู่ในระดับที่เรียกว่า "พยายามเตือน" ให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมรับมือพายุลูกล่าสุดลูกนี้เท่านั้น แต่ข้อมูลเกี่ยวกับองคาพยพทั้งหมดที่จะเกี่ยวข้องกับการมาของพายุ หวู่ติ๊บ ยังอยู่ในลักษณะที่ว่า ถ้ามีความรู้ ความสามารถ ก็จะเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดชัดเจน ทั้งในแง่ของการพยากรณ์ พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ รวมทั้งคาดการณ์ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

               ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุลูกก่อนๆ มีอยู่จำนวนมากที่ไม่มีข้อมูลล่วงหน้า และไม่รู้ว่า ปริมาณน้ำจากฟ้าที่ตกลงมาราวกับฟ้ารั่วนั้นมันจะไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนมากมายแบบไม่รู้ตัวจนอยู่กันไม่ได้ ทรัพย์สินเสียหาย บางรายแทบไม่มีอะไรติดตัวเพราะต้องหนีเอาชีวิตให้รอดไว้ก่อน หรือบางรายอาจโชคดีที่เห็นน้ำป่าค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น มีเวลาพอที่จะตัดสินใจได้ว่า จะอยู่หรือจะเก็บข้าวของเครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง แล้วทิ้งบ้านไปอาศัยอยู่ที่อื่นตามบ้านญาติพี่น้องเป็นการชั่วคราว

               พายุที่เกิดขึ้นปีนี้ค่อนข้างถี่และทำให้ฝนตกหนัก ประกอบกับมีความกดอากาศสูงจากจีนพัดลงมา ทำให้ทิศทางของพายุถูกกดไว้ที่ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง เมื่อกระหน่ำเข้ามาหลายระลอกทำให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำในอ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อนหลายเขื่อนจำเป็นต้องพร่องน้ำออกเป็นระยะๆ เพื่อรอรับน้ำระลอกใหม่จากพายุหวู่ติ๊บ ตรงนี้แหละที่เป็นความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปแจ้งข้อมูลปริมาณน้ำที่จะไหลออกจากเขื่อน-อ่างเก็บน้ำ ว่าจะไหลไปในทิศทางใด จะท่วมหมู่บ้านไหน เวลาใด และหากจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจะต้องไปแจ้งได้ที่ไหน วิธีการใด ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุน้ำท่วมแล้วค่อยนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทุกวันนี้

               เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการประเมินสถานการณ์น้ำ ทั้งจากน้ำฟ้า หรือน้ำท่า นั้นไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าถึง เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไร จะอธิบายอย่างไรให้ประชาชนที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมให้ได้รับรู้ล่วงหน้า ทำอย่างไรที่จะให้หน่วยงานที่จะต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือนั้นทำงานล่วงหน้าได้ ผู้คนภายนอกที่เฝ้าจับตามองด้วยความห่วงใยจะได้ไม่ต้องรับฟังว่า การให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะถนนขาดสะพานพัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คาดการณ์กันได้อยู่แล้ว

               แม้ว่าสถานการณ์น้ำในปีนี้จะไม่มากเท่าปี 2554 แต่ด้วยความที่พายุกระหน่ำเข้ามาที่เดิมหลายระลอก ก็จะทำให้บางพื้นที่มีสภาพแทบจะไม่ต่างกันมากนัก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมซ้ำซาก แต่บทเรียนที่ได้จากปี 2554 ซึ่งถือว่าน้ำมากสุดๆ ก็น่าจะทำให้ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะรัฐบาลที่ต้องไม่คิดเพียงแค่ว่า ออกประกาศเตือนประชาชนเพียงอย่างเดียว และต้องไม่มีข้อมูลเพียงแค่ว่า ถ้าได้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาทแล้วจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้
เพราะหลายพื้นที่ที่น้ำท่วมในวันนี้ ก็ไม่ได้มีในโปรเจกท์ที่ว่านั้นเลย