
'ผบ.ตร.'สั่งทุกพื้นที่เพิ่มความถี่สายตรวจ
โจรชุม! 'ผบ.ตร.' สั่งทุกพื้นที่เพิ่มความถี่สายตรวจหน้าร้านสะดวกซื้อ-ร้านทอง-ธนาคาร ป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์
26 ก.ย.56 พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รองโฆษกตร. เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อต่างๆ ช่วงนี้ กรณีเกิดเหตุปล้นทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง และธนาคาร หลายครั้งในรอบสัปดาห์นี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยในเรื่องดังกล่าว จึงสั่งการกำชับพื้นที่ที่เกิดเหตุให้เร่งรัดจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ว และกำชับการปฏิบัติการของข้าราชการตำรวจในทุกพื้นที่ให้สายตรวจเพิ่มความถี่และระมัดระวังในปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง และธนาคาร อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นการป้องกัน ลดการก่อเหตุดังกล่าว
พล.ต.ต.ธนา กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ ๒๒ ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการ ผู้บริหารธนาคารทั้ง ๑๖ แห่ง และ ๖ บริษัทรถขนเงินสดธนาคาร โดยมีการประชุมที่ ศปก.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อวางแผนในเชิงระบบ ในการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคารดังกล่าว ซึ่งผลการประชุมในครั้งนั้น ผู้บริหารและตัวแทน รับว่าจะได้นำข้อหารือและข้อเสนอแนะที่ประชุมร่วมกัน ไปปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะปรับปรุงสถานที่ บริเวณเคาน์เตอร์ ให้มีความสูงเพิ่มขึ้น ยากแก่การเข้าถึงตัวพนักงานธนาคาร, การติดตั้ง สัญญาณแจ้งเตือนภัย, การเพิ่มกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมถึงบริเวณที่จอดรถของลูกค้า และปรับมุมกล้องที่เคาน์เตอร์ให้สามารถจับใบหน้าลูกค้าหรือคนร้ายได้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งการติดตั้งกระจกประตู ๒ ชั้น เพื่อไม่ให้คนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุสามารถหลบหนีได้อย่างสะดวก และยังสั่งการให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ติดต่อประสานให้คำแนะนำแก่ธนาคารทุกแห่งในพื้นที่แล้ว
พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกตร. กล่าวเพิ่มเติมว่าในภาพรวม คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ ในปี ๒๕๕๖ แม้จะเกิดสูงขึ้น แต่มีผลการจับกุมและออกหมายจับสูงขึ้นถึง ๗๐ - ๘๐ % ในทุกรายการเช่นกัน โดยในรอบปีที่ผ่านมา คดีปล้นทรัพย์และชิงทรัพย์ ที่เกิดกับธนาคาร ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ๖,๘๗๕ แห่ง มีแนวโน้มการเกิดคดีสูงขึ้น แต่ในปีนี้ พ.ศ.๒๕๕๖ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผลการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ได้สูงขึ้นเช่นกัน มีคดีเกิด ๓๐ คดี สามารถติดตามจับกุมและออกหมายจับแล้ว ๒๒ ราย คิดเป็นอัตราการจับกุมได้ ๗๓.๓๓ %
คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ร้านสะดวกซื้อในชื่อต่างๆ มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ๑๐,๐๐๐ กว่าแห่ง เป็นร้านสะดวกซื้อของเซเว่น อีเลฟเว่น ๗,๑๑๑ สาขา ปีนี้มีแนวโน้มการเกิดคดีสูงขึ้น โดยเกิดเหตุ ๑๕๖ คดี มีการติดตามจับกุมและออกหมายจับแล้ว ๑๑๗ คดี คิดเป็นอัตราการจับกุมได้ถึง ๗๕ %
สำหรับคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ร้านทอง ทั่วประเทศมี ๗,๘๕๘ แห่ง ในปี ๒๕๕๖ สถิติการเกิดเหตุปีที่แล้ว ๔๙ คดี ปีนี้เกิด ๒๐ คดี การเกิดเหตุลดลงถึง ๒๙ คดี นอกจากนี้ตำรวจยังสามารถติดตามจับกุมและออกหมายจับแล้ว ๑๖ คดี คิดเป็นอัตราจับกุมได้ ๘๐ %
จากสถิติการเกิดเหตุที่ถึงแม้จะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นในคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ธนาคารและร้านสะดวกซื้อ แต่ผลการจับกุมคนร้ายได้มากขึ้น ทั้งนี้เป็นผลจากการดำเนินมาตรการตามที่ ตร.ได้มีมาตรการกำชับลงไป ร้านทองส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการป้องกันตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยติดตั้งลูกกรง เหล็กดัด และติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนเหตุ ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับทราบภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้คนร้าย ไม่สามารถเข้าก่อเหตุได้โดยง่าย ขณะเดียวกันสำหรับร้านทองที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า สถานที่ไม่เอื้ออำนวยการติดตั้งลูกกรง เหล็กดัด แต่ก็ยังมี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจำอยู่ในห้างฯ ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่าธนาคาร และร้านสะดวกซื้อ แต่ยังมีข้อสังเกตว่ายังมีคนร้ายก่อเหตุเข้าไปทำทีขอดูทองคำ เพื่อจะซื้อและได้ฉวยคว้าวิ่งหลบหนีไป จะได้ประชาสัมพันธ์ให้ร้านทองหาวิธีการ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการซื้อขายให้เหมาะสมต่อไป
สำหรับประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์หรือพบพฤติกรรมต้องสงสัย ที่จะก่อให้เกิดอาชญากรรมในพื้นที่ต่างๆ หรือต้องการแจ้งเบาะแส ข้อร้องเรียน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถแจ้งได้ที่ ๑๙๑ หรือ สายด่วน ๑๕๙๙ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
'ผบ.ตร.' ให้โอวาททีมตำรวจไปรักษาสันติภาพซูดานใต้
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล รอง ผบ.ตร. ได้ให้โอวาทกับคณะข้าราชการตำรวจที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐซูดานใต้ จำนวน 10 นาย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งคณะข้าราชการตำรวจดังกล่าวจะปฏิบัติภารกิจที่นั่นเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2556 ถึงวันที่ 28 กันยายน 2557 โดยมี พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล อาจารย์สัญญาบัตร 4 กลุ่มงานอาจารย์ วิทยาลัยการตำรวจ กองบัญชาการศึกษา เป็นหัวหน้าคณะ โดย พล.ต.อ.อดุลย์ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้ให้โอวาทและอวยพรให้คณะปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
'ผบ.ตร.' มอบใบประกาศให้สหกรณ์ตำรวจ
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีมอบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 129 แห่ง ที่ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบ “กองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เพื่อช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งด้านความมั่นคง อาชญากรรม ยาเสพติด ตลอดจนอุบัติเหตุอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยเงินยอดบริจาคจากสหกรณ์ออมทรัพย์ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ วันที่ 26 กันยายน 2556 รวมเป็นเงิน 31,897,163 บาท
นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 200,000 บาท รวมยอดบริจาคทั้งสิ้น 32,097,163 บาท โดย “กองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ได้มอบเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงปัจจุบัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 61,895,000 บาท



