
ร้อง!ถนนไม่ลาดยางทางหลวงแจ้งอบต.รับผิดชอบ
ชาวบ้านร้อง... ถนนไม่ลาดยางทางหลวงแจ้งอบต.รับผิดชอบ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
ชาวบ้านหมู่ 7 และหมู่ 8 ต.ช้างแรก อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร้องเรียนผ่าน "รายการโรงพักระวังภัย" ว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทาง เนื่องจากถนนช่องลมศรีนครเชื่อมต่อระหว่าง 2 หมู่บ้าน มีช่วงที่เป็นถนนลูกรังระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้การสัญจรไม่สะดวก
นายสำเริง อินบำรุง อบต.ช้างแรก เล่าว่า ถนนสายดังกล่าวระยะทาง 7 กิโลเมตร เชื่อมจากถนนเพชรเกษม ที่หมู่ 8 ไปออกถนนเพชรเกษม ที่หมู่ 7 เป็นลักษณะโค้งรูปตัววีเชื่อมต่อ 2 หมู่บ้าน
"ถนนเส้นนี้ก่อสร้างมาแล้วประมาณ 2 ปี ตามโครงการถนนไร้ฝุ่น สมัยรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมตรี ช่วงนั้นถนนเส้นนี้มีการลาดยาง 6 กิโลเมตร เว้นไว้แค่ช่วงกลางระหว่าง 2 หมู่บ้าน ฝั่งละครึ่งกิโลเมตร เป็นถนนลูกรัง ไม่มีการลาดยาง"
อบต.ช้างแรก เล่าอีกว่า ที่ผ่านมาเคยทำหนังสือสอบถามไปยังทางหลวงชนบทจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับคำตอบว่า ช่วงที่มีการกอ่สร้างใหม่ๆ อยู่ในความรับผิดชอบของ รพช. ชาวบ้านซึ่งปลูกสวนยางพาราขอไม่ให้ตัดต้นยาง และไม่ให้เส้นทาง ต่อมาโครงการดังกล่าวถูกโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท เมื่อสอบถามไปอีกครั้งก็ได้รับคำตอบว่า ใช้แผนเดิม เพราะชาวบ้านไม่ยอมให้เส้นทาง จึงลาดยางได้เฉพาะพื้นที่ที่ชาวบ้านให้เส้นทาง
"ชาวบ้านไม่ให้ตัดต้นยาง ทางหลวงชนบทต้องการขยายพื้นที่ข้างทาง ตอนนี้พื้นที่ติดถนนเปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว แต่ทางหลวงชนบทก็ยังใช้แผนเดิม"
ต่อมาได้ทำหนังสือถึงทางหลวงชนบทอีกครั้ง พร้อมแจ้งว่า ตอนนี้ชาวบ้านเขายอมให้ที่ดินแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไป ช่วงหลังๆ ชาวบ้านจึงนำต้นมะพร้าวไปปลูกกลางถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ
ด้าน นายพงษ์พันธุ์ ฤทธิพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์บำรุงกำลังทางหลวงชนบททับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงว่า เมื่อปี 2553 ทางหลวงชนบทได้รับงบประมาณการก่อสร้างโครงการถนนไร้ฝุ่น แต่ปี 2554 ได้ถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นไปแล้ว แต่ถนนเส้นนี้ช่วงตั้งแต่ กม.1-3 ยังอยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท
ส่วนปัญหาที่ลาดยางไม่ได้ตลอดเส้นทางนั้น เพราะมีปัญหาเรื่องเขตที่ดิน ทำให้บริเวณข้างถนนไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานทางหลวง จึงไม่สามารถขยายถนนได้ตามมาตรฐานที่ทางหลวงกำหนด ทำให้เว้นช่วงนั้นไว้
"มาตรฐานของถนนสองข้างทางออกจากศูนย์กลางประมาณ 15 เมตร แต่ต้นยางที่ชาวบ้านร้องขอไม่ให้ตัดนั้น ห่างจากไหล่ทางประมาณ 1 เมตรเศษ จึงไม่ได้มาตรฐาน ถ้าลาดยางก็ไม่ได้มาตรฐาน"
ส่วนที่ อบต.ช้างแรกระบุว่า ได้ทำหนังสือไปยังทางหลวงชนบทจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อสอบถามความรับผิดชอบ นายพงษ์พันธุ์ยืนยันว่า มีการถ่ายโอนไปแล้ว ส่วนท้องถิ่นจะไปดำเนินการอย่างไรเป็นของท้องถิ่น จึงไม่ใช่ภารกิจของทางหลวงชนบท
"ถ้าทำหนังสือมายังทางหลวงชนบทจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะทำหนังสือตอบกลับไปที่ผู้ร้องเรียนตลอด เพราะมีหน่วยงานรับเรื่องเรียนโดยเฉพาะ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความเสียหายอยู่แล้ว แต่อาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ยังไม่เข้าใจกัน"
"รายการโรงพักระวังภัย" สอบถามเกี่ยวกับภารกิจในการซ่อมบำรุงกับ อบต.ช้างแรก อีกครั้ง ได้รับคำตอบว่า โอนมาเมื่อปี 2554 แต่ทางหลวงชนบทแจ้งว่า ถ้า อบต.ช้างแรกไม่มีศักยภาพในการทำงานก็ให้โอนคืนให้ทางหลวงชนบท และได้คุยกับนายก อบต.แล้วว่า จะต้องโอนให้ทางหลวงชนบทเหมือนเดิม เพราะว่า อบต.ช้างแรกเป็น อบต.ขนาดกลาง ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีงบประมาณเพียงพอในการซ่อมแซมบำรุง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการโอนให้ทางหลวงชนบท จะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภา อบต. ในต้นเดือนตุลาคมนี้



