คอลัมนิสต์

ฝ่ายค้านจี้'ค่าครองชีพสูง'จุดอ่อนนโยบายรบ.

ฝ่ายค้านจี้'ค่าครองชีพสูง'จุดอ่อนนโยบายรบ.

25 ก.ย. 2556

ฝ่ายค้านจี้'ค่าครองชีพสูง' จุดอ่อนนโยบายรัฐบาล : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl

             เห็นการวางตัว และกำหนดเนื้อหาที่ "ส.ส.ฝ่ายค้าน" อภิปรายการรายงานแสดงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปีที่ 1 (วันที่ 23 ส.ค.2554 ถึงวันที่ 23 ส.ค.2555) ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 ต้องยอมรับว่า "แทงหัวใจประชาชน"

             การอภิปรายครั้งนี้ได้กำหนดเวลาให้ฝ่ายค้าน 10 ชั่วโมง ส่วน "รัฐบาล" 5 ชั่วโมง ซึ่งบรรยากาศการอภิปรายของฝ่ายค้านไม่ต่างจากการ "อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล"

             เริ่มจาก "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" แถลงภาพรวมผลงานของรัฐบาล และตามด้วย "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง อภิปรายภาพรวมด้านเศรษฐกิจ

             จากนั้น "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายภาพรวมการประเมินเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยมีการเปรียบเทียบความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยโดยรวมระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อชี้ให้เห็นว่า นโยบาย "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส" เป็นจริงหรือไม่

             "อภิสิทธิ์" อภิปรายภาพรวมของ 16 นโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ตั้งแต่เรื่องการยกเลิกกันเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันทุกชนิดปรับราคาเพิ่มขึ้น, การปรับค่าไฟฟ้า, ค่าแก๊ส และเปรียบเทียบราคาสินค้า ตั้งแต่สิงหาคม 2554-สิงหาคม 2556, ผลกระทบหลังจากรัฐบาลได้เพิ่มรายได้จากนโยบายปรับขึ้นรายได้จบปริญญาตรี 15,000 บาท, ค่าแรง 300 บาท, หนี้ครัวเรือน

             นอกจากนี้ได้อภิปรายถึงความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความถี่ของเหตุการณ์ไม่สงบที่สูงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งความผิดพลาดของการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมกับเสนอให้รัฐบาลกลับไปทบทวนนโยบายที่ล้มเหลว ส่วนกรณีทุจริต "อภิสิทธิ์" ไม่อภิปราย โดยบอกว่าขอสงวนสิทธิไปใช้ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ

             หลังจาก "อภิสิทธิ์" อภิปรายจบ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ได้ชี้แจงทันที โดยบอกว่าปัญหาของประเทศเกิดจากโครงสร้างที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักถึง 70% เมื่อ ยุโรป จีน และญี่ปุ่น ลดการสั่งสิ้นค้า ทำให้ไทยต้องหาตลาดใหม่ ส่วนปัญหาพืชผลทางการเกษตร เช่น ยางพารา รัฐบาลก็ให้ความสำคัญส่งเลขานุการนายกฯ ผู้ว่าฯ และรองนายกรัฐมนตรี ไปพูดคุย

             จากนั้น "ฝ่ายค้าน" ได้เน้นอภิปรายไปที่ "ปัญหาค่าครองชีพ" เป็นหลัก มีการอภิปรายสะท้อนผลจากการปรับราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส ประกอบกับราคาสินค้าที่แพงขึ้น แม้จะมีการปรับค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลก็ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมให้แก่อุตสาหกรรมขนาดเล็กประสบปัญหา ต้องปิดกิจการ ทำให้คนงานตกงาน

             การอภิปรายของ "ฝ่ายค้าน" จะอภิปรายถึงความผิดพลาดนโยบายของรัฐบาลที่เคยหาเสียงกับประชาชนและเมื่อดำเนินการแล้วประสบความล้มเหลว

             หากดูการวางตัว "บุคคล" ที่ขึ้นมาอภิปรายลำดับแรก เริ่มจาก "ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์" เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของ "ข้อมูล" ที่นำมาประกอบการอภิปรายเป็นหลัก

             เช่น "สรรเสริญ สมะลาภา-ชนินทร์ รุ่งแสง-ม.ล.อภิมงคล โสณกุล-อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี-สามารถ ราชพลสิทธิ์-เจิมมาศ จึงเลิศศิริ-พ.ต.อ.นพ.สามารถ ม่วงศิริ-คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช" ที่อภิปรายถึงความล้มเหลวของเศรษฐกิจโดยรวม ค่าครองชีพที่สูงขึ้น, ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม, โครงสร้างพลังงาน, ผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำ, หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น, การขึ้นค่าโดยสาร, ปัญหาการให้บริการด้านสาธารณสุข

             ขณะที่ "พรรคภูมิใจไทย" ได้จัดวางตัว บุคคลที่ขึ้นลำดับแรก เช่น "โสภณ ซารัมย์-ศุภชัย ใจสมุทร" ได้อภิปรายถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน, ปัญหาจากโครงการรับจำนำข้าว, การค้างจ่ายเงินวิทยะฐานะข้าราชการครู

             หากนั่งฟังการอภิปราย "ฝ่ายค้าน" จะเห็นว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เน้นเรื่องใกล้ตัวประชาชนที่กำลังประสบอยู่ ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่ได้รับเสียงสะท้อนมาจากประชาชนในพื้นที่

             จึงถือว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านครั้งนี้เน้นตีตรง "หัวใจ" ที่รู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่กำลังเดือดร้อน

             จะรู้ว่า "เนื้อหา" ที่ฝ่ายค้านอภิปรายเท็จจริงแค่ไหนก็ให้สังเกต ส.ส.ฟากฝั่งรัฐบาลที่ได้แต่นั่งฟังทำตาปริบๆ


..............

(หมายเหตุ : ฝ่ายค้านจี้'ค่าครองชีพสูง' จุดอ่อนนโยบายรัฐบาล : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)