
ปีชงรถไฟ...ตกรางซ้ำซาก?
ปีชงรถไฟ...ตกรางซ้ำซาก? : กระดานความคิด โดยแกร่ง หินเพลิง
ไม่รู้เข้าสู่ “ปีชง” หรืออย่างไร? ขณะที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ใช้สื่อโซเชียลมีเดียไขลานการทำงานและให้บริการระบบขนส่งมวลชนใต้สังกัดถี่ยิบ ชนิดถูกจัดให้เป็น “เรียลิตี้ชัชชาติ”
ไล่ดะมาตั้งแต่ทดลองนั่งรถเมล์และรถร่วม ขสมก.สะท้อนปัญหาบริการรถเมล์ ต่อด้วยนั่งเรือด่วนคลองแสนแสบ ถัดมาอีกวันก็จับรถไฟไปสุรินทร์ ดูบริการรถไฟชั้น 3 “ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง” ที่แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 120 ปี แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ยิ่งในส่วนของห้องสุขาด้วยแล้ว แทบจะได้ชื่อเป็นแห่งเดียวในโลกที่ของเสียเรี่ยราดไปบนราง ทั้งที่เมืองนอกเมืองนามีรถเก็บกวาดทำความสะอาดกันแล้ว
แต่ก็เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง เพราะบรรดาระบบขนส่งมวลชนเหล่านี้ก็ขยัน “หาเรื่อง" ไหนรถไฟจะตกรางเป็นรายวัน เดี๋ยวรถร่วม บขส.แหกโค้ง รถตู้โดยสารสาธารณะ เทกระจาดผู้โดยสารตายเกือบยกคัน
ล่าสุดยังมาเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินเจ้าจำปีเที่ยวบินที่ ทีจี-679 จากกวางโจว ไถลออกนอกรันเวย์ ขณะร่อนลงที่สนามบินสุวรรณภูมิเอาอีก แม้จะไม่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมผู้โดยสารทุกคนปลอดภัย แต่การบินไทยและบริษัทท่าอากาศยานไทยก็ถูกสวดยับกับมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉิน
อุบัติเหตุรถไฟตกรางเป็นรายวันทำเอาภาพลักษณ์กิจการรถไฟที่ปกติก็ถูกตราหน้าว่าล้าหลังเป็นทุนเดิม ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านระบบขนส่งทางรางบ้านเรารั้งท้ายอยู่อันดับที่ 72 ของโลก และอันดับ 5 ในภูมิภาคอาเซียนไปแล้ว ยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีก
แม้ล่าสุด ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะตั้งกรรมการตรวจสอบเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เกิดอุบัติเหตุถี่ยิบเป็นรายวันว่า เกิดจากคน อุปกรณ์ หรือเครื่องไม้เครื่องมือกันแน่ ทั้งยังประกาศ “ยกเครื่อง” การซ่อมแซมรางรถไฟขนานใหญ่ ประเดิมที่สายเหนือจากสถานีรถไฟศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ ไปจนถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ นานถึง 45 วัน (จนถึง 31 ตุลาคม)
อย่างไรก็ตาม การยกเครื่องปรับปรุงรางรถไฟ จัดซื้อหัวรถจักรใหม่ ตลอดจนจนซื้อโบกี้รถไฟใหม่ของการรถไฟฯ ก็หาใช่หลักประกันที่จะทำให้ทุกฝ่ายวางใจได้ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอีก เพราะขนาดเครื่องบินที่มีตารางการบำรุงรักษาตามมาตรฐานโลกก็ยังมีข้อผิดพลาดให้เห็น
เหตุนี้ ทั้งกระทรวงคมนาคม สำนักนโยบายและแผนขนส่งและจราจร (สนข.) และรัฐบาล จึงจำเป็นต้องแสวงหาเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเข้ามาป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันไว้แต่เนิ่นๆ ทั้งในเรื่องการพัฒนาคุณภาพคน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ และโดยเฉพาะรางรถไฟ หรือรถไฟฟ้าที่เป็นอนาคตของระบบขนส่ง
อย่างที่ทุกฝ่ายรู้แก่ใจกันดี สภาพรางรถไฟหรือรถไฟฟ้าที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนั้น ไม่ว่าจะรางรถไฟ รถไฟฟ้า หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน จะของ ร.ฟ.ท. รฟม.หรือ บีทีเอส เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีคุณภาพแข็งแกร่งหรือไม่ ยิ่งในส่วนของรางรถไฟที่ผ่านการใช้งานมาตั้งแต่สมัย “คุณปู่เป็นแฟนกับคุณย่า” ด้วยแล้ว จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานั่นแหละถึงจะรู้ เครื่องมือตรวจสอบระบบราง ที่เรียกกันว่า “รถเจียรราง” เช็กสภาพรางรถไฟหรือรถไฟฟ้าก็ไม่รู้ว่า มีอยู่หรือไม่
ในต่างประเทศอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือเกาหลีใต้ เขาบังคับให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินต้องตรวจสอบระบบรางเหล่านี้กันอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง โดยอาศัยรถเจียริ่งที่ว่านี้แหละทำหน้าที่เจียรรางรถไฟป้องกันการเกิดรอยชำรุดบนผิวรางหรือสันรางจนนำไปสู่โศกนาฏกรรมกัน แต่บ้านเรานั้นยังไม่มีใช้กันและยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบรางเอาไว้ คงรอให้เกิดปัญหารถไฟตกราง หรือรถไฟฟ้าแหกโค้งลงจากรางลอยฟ้าหรือรถไฟใต้ดินแหกโค้งในอุโมงค์เสียก่อนจึงจะมาคิดอ่านกัน
ก็คงได้แต่ฝาก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่า ยิ่งในอนาคตที่ไทยจะบ่ายหน้าสู่โหมดรถไฟความเร็วสูงด้วยแล้ว ยิ่งจำเป็นที่ต้องมีอุปกรณ์พวกนี้



