คอลัมนิสต์

แกะรอยรวบแท็กซี่โจรชิงทรัพย์สาวพม่า

แกะรอยรวบแท็กซี่โจรชิงทรัพย์สาวพม่า

18 ก.ย. 2556

แกะรอยรวบแท็กซี่โจรชิงทรัพย์สาวพม่า : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

               เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง แกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสรถแท็กซี่ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์หญิงสาวชาวพม่า กระทั่งพบแท็กซี่ต้องสงสัยถอยเข้าไปยังท่าทรายเจริญทรัพย์ ถนนบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ จนได้เบาะแสชิ้นสำคัญ


               นั่นคือ สี ยี่ห้อรถ หมายเลขทะเบียน 3 หลัก ชื่อบริษัทแท็กซี่ และ สติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่หน้ากระจกด้านบน ทีมสืบสวนจึงตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ พร้อมทั้งโทรศัพท์สอบถามไปยังบริษัทรถเช่า ทราบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าว ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทศ 219 กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เช่าชื่อ นายชัยรัตน์ สีสันต์ อายุ 45 ปี จนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายรายนี้

               เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนเที่ยงวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะที่ นางมาไข่ อายุ 37 ปี สัญชาติพม่า ออกจากร้านวัสดุก่อสร้างของนายจ้าง ย่านพุทธมณฑลสาย 2 เพื่อไปซื้อกับข้าวที่ตลาดบางแค พอเสร็จธุระก็เรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่ร้านพุทธมณฑลสาย 2 แต่กลับถูกคนขับใช้มีดจี้ชิงทรัพย์

               นางมาไข่ บอกว่า โชเฟอร์เป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี ผิวดำแดง รูปร่างท้วม ตัดผมรองทรง ส่วนรถแท็กซี่จำได้เพียงว่าสีชมพูเท่านั้น ซึ่งคนขับได้พาไปถึงจุดหมายแล้ว แต่ไม่ยอมให้ลงจากรถ แถมยังไม่ยอมกดปลดเซ็นทรัลล็อก ก่อนจะขับรถวนไปวนมาแถวหน้าร้านที่ทำงานอยู่ถึง 3 รอบ แล้วไปจอดที่บริเวณใต้สะพานสร้างใหม่ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 และชักมีดปลายแหลมยาวประมาณ 5 นิ้ว ออกมาข่มขู่ชิงทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และเงินสด 4,000 บาท จากนั้นโชเฟอร์สั่งให้รีบขนถุงผักและกับข้าวลงจากรถ กระทั่งพลเมืองดีผ่านมา จึงตะโกนขอความช่วยเหลือให้ช่วยแจ้งตำรวจ

               นางมาไข่ จำได้เพียงรถแท็กซี่สีชมพูเท่านั้น แต่สามารถบอกเส้นทางที่โชเฟอร์ขับรถวนไปวนมา รวมถึงเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเพียง 3 วัน ก็ติดตามจับกุมตัวโจรรายนี้ได้สำเร็จ

               ขณะที่ นายชัยรัตน์ ยอมรับว่า ก่อเหตุชิงทรัพย์จริง โดยขับแท็กซี่ได้ประมาณ 1 เดือน ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานขับรถของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง แต่งานหนักจึงลาออกมาขับแท็กซี่ ยอมรับว่าทำไปเพราะว่าติดการพนันไฮโล และเป็นหนี้อยู่หลายหมื่นบาท แถมยังค้างค่าเช่าแท็กซี่กว่า 10 วัน

               "เงินที่ได้จากการทำงาน ผมเอาไปเล่นพนันจนหมดตัวทุกครั้ง ส่วนที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ เพราะเห็นผู้เสียหายมีสร้อยทอง และเป็นคนต่างด้าว มีทีท่าไม่ตอบโต้จึงใช้มีดจี้ แล้วนำทองไปขายที่ร้านย่านวงเวียนใหญ่ ได้เงิน 19,510 บาท ก่อนจะนำเงินไปเล่นการพนันอีกจนหมดตัว" นายชัยรัตน์ สารภาพ

               ทีมข่าวอาชญากรรม ลงพื้นที่ตามรอยเส้นทางของคนร้ายพบว่ารับนางมาไข่ ที่ตลาดบางแค จากนั้นไปส่งเหยื่อตามเส้นทางปกติวิ่งไปตามถนนเพชรเกษม เลี้ยวเข้าแยกถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางไผ่ ที่พักของเหยื่อ แต่คนร้ายกลับเปลี่ยนเส้นทางกลับรถออกมาถนนใหญ่อีกครั้ง ก่อนที่จะวิ่งไปถนนกาญจนาภิเษก อีกครั้ง เลี้ยวขวาเข้าถนนพัฒนาการเชื่อมต่อถนนพุทธมณฑลสาย 1 เลี้ยวเข้าถนนบางพรม ข้างโรงเรียนอยู่เย็นวิทยา ก่อนใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์

               พ.ต.ท.ศุภชัย ชัยสุวรรณ รอง ผกก.สส.สน.บางเสาธง กล่าวว่า จากการตรวจกล้องวงจรปิด ที่ตลาดบางแค ได้ข้อมูลน้อยมาก แต่ไปได้ภาพวงจรปิดภายในท่าทรายเจริญทรัพย์ ซึ่งคนร้ายจะพาเหยื่อไปก่อเหตุชิงทรัพย์แต่ลงมือไม่ได้จึงกลับรถออกไป และพบว่าช่วงเวลา 11.00-15.00 น. รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้เข้าไปจุดนี้อีกครั้ง คาดว่าเป็นรถของคนร้ายแน่นอน เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ในที่สุด

............

(หมายเหตุ : แกะรอยรวบแท็กซี่โจรชิงทรัพย์สาวพม่า : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)