
ผลงานกับปัญหายาเสพติด
ผลงานกับปัญหายาเสพติด : บทบรรณาธิการประจำวันที่18ก.ย.2556
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเพื่อเอาชนะยาเสพติด ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าสนใจถึงปัญหายาเสพติดที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน เป็นภาพที่สะท้อนถึงวิธีการจับกุมซึ่งมีผลต่อการควบคุมสถานการณ์ในประเทศไทย ที่ว่าด้วย ดีมานด์เทียมคือ ความต้องการที่ไม่มีตัวตน หมายถึงการที่เจ้าหน้าที่รัฐเสาะหาวิธีการจับกุมยาเสพติดด้วยการไฟเขียวให้ขบวนการค้ายา ขนของเข้ามาในประเทศไทยก่อนทำการจับกุม ซึ่ง รมว.แรงงานใช้คำว่าอย่าเซ็นอนุญาตให้นำยาเสพติดเข้ามาเพื่อมาล่อซื้อหรือล่อจับกุมโดยเฉพาะจากเขตประเทศพม่า แต่หากมีการลักลอบเข้ามาจริงก็สามารถใช้เงินล่อซื้อได้ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญเพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงวิธีการนี้เป็นการภายในมานานแล้ว เนื่องจากในสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งมีการปราบปรามยาอย่างจริงจังและการจับกุมถือเป็นผลงานสำคัญในการให้ความดีความชอบ จึงมีนายตำรวจบางคนหาวิธีสร้างผลงานอย่างที่ร.ต.อ.เฉลิม พูดมา แต่ก็มีนายตำรวจหลายคนไม่เห็นด้วย จนกลายเป็นวิธีสร้างผลงานรูปแบบหนึ่ง
ในความเป็นจริงยังไม่มีหน่วยงานใดมีตัวเลขที่แท้จริงว่าปริมาณความต้องการยาเสพติดไม่ว่ายาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีนหรือยาเสพติดชนิดอื่นๆ มีปริมาณการใช้เท่าใดในแต่ละปี มีเพียงตัวเลขประมาณการหรือใช้วิธีการสุ่มเดาจากปริมาณที่จับแล้วเสนอตัวเลขเป็นกี่เท่าของจำนวนที่ได้จับกุม ทำให้ดูเหมือนว่าภายในประเทศมีความต้องการยาเสพติดมากถึงขั้นจะเสนอให้ปลูกกระท่อมเสรีเพื่อลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดที่มีผลต่อร่างกายชัดเจนมากกว่าใบกระท่อม ที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีต ในวิธีการจับกุมนั้นยังมีความซับซ้อนอีกหลายส่วนที่กลายเป็นปัญหาและสุ่มเสี่ยงต่อการเร่งผลิตของประเทศเพื่อนบ้าน มีหลายคดีที่เป็นการชี้เป้าจากเครือข่ายยาเสพติดให้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ซื้อแล้วเอารางวัลนำจับมาแบ่งกัน หลายครั้งพบว่ามีการล่อซื้อมาจากประเทศเพื่อนบ้านเมื่อลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นในแล้วทำการจับกุม จุดนี้กลายเป็นปัญหาถกเถียงกันไม่จบสิ้น
นโยบายการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลก็มีความสำคัญต่อสถานการณ์เช่นกัน มีตัวอย่างการปราบปรามซึ่งดูเหมือนเป็นวิธีแบบตาต่อตาฟันต่อฟันล้มตายกันไปนับพันศพ แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก สุดท้ายยาเสพติดก็กลับมาระบาด ในยุทธวิธีการปราบปรามต้องไม่ใช้การไฟเขียวให้นำยาเข้ามาแล้วจับกุมสร้างผลงาน กลับกันการจับกุมต้องเป็นการลักลอบซื้อขายนำเข้ามาจากความต้องการจริง ไม่เช่นนั้นเราอาจหลงทางไปกับตัวเลข หลงไปกับผลงานสร้างภาพให้ระดับนโยบาย สร้างผลงานให้แก่เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นการกลบสถานการณ์จริง รัฐบาลต้องไม่ล้วงลูกจนเกินไป หน้าที่ของรัฐบาลต้องเป็นการให้นโยบาย ส่วนระดับปฏิบัติจะไปหาวิธีการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้าหน่วยนั้นๆ ส่วนผลงานก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง มิเช่นนั้น ดีมานด์เทียมอย่างที่ รมว.แรงงาน บอกนั้นจะทำให้การปราบปรามและการป้องกันไม่อยู่บนสถานการณ์ที่เป็นจริง



