คอลัมนิสต์

ชิงความได้เปรียบ

ชิงความได้เปรียบ

15 ก.ย. 2556

ชิงความได้เปรียบ : บทบรรณาธิการประจำวันที่15ก.ย.2556

                 สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง สร้างความสูญเสียให้แก่ภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ไม่หวังดีได้พุ่งเป้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐอย่างโหดเหี้ยม ทั้งวางระเบิดภายในโรงเรียน รถยูนิม็อก รัวกระสุนถล่มและจ่อยิงหัวซ้ำอย่างทารุณ ทำให้ตำรวจ ทหารพราน ต้องสังเวยชีวิตไปถึง 13 นาย ขณะที่กลไกภาครัฐของเราออกมาการันตีถึงการพูดคุยกับบีอาร์เอ็นกลุ่มนายฮัสซัน ตอยิบ อย่างเป็นทางการครั้งที่ 4 ราวกลางเดือนตุลาคมนี้ โดยมีกลุ่มใหม่ราวอีก 3 กลุ่มเข้าร่วมด้วย

                 การเจรจาสันติภาพโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติและแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ได้ถูกตั้งคำถามมาตลอดถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของคู่เจรจาว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาการรับปากเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงในบางช่วงบางเวลากลับไม่ได้เป็นไปตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ จนสุดท้ายถูกจุดประเด็นว่าเป็นการราดน้ำมันใส่กองไฟเพื่อไม่ให้เกิดความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของบางกลุ่มบางฝ่าย หรือขบวนการที่ได้ผลประโยชน์จากเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจมืด จึงไม่ต้องการให้เกิดความสงบสุขในจังหวัดชายแดนใต้อย่างแท้จริง  

                 ไม่เพียงแค่เกมในกระดานที่คู่เจรจาของเราได้แบไต๋ให้เห็นถึงความต้องการของกลุ่มผ่านทางเว็บไซต์ว่าข้อเสนอจำนวน 5 ข้อ ประกอบด้วย ให้ไทยยอมรับให้มาเลเซียเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย ให้มีพยานจากอาเซียนและองค์การความร่วมมือแห่งศาสนาอิสลาม หรือ โอไอซี และองค์กรเอกชนต่างๆ เป็นพยาน ให้รัฐบาลรับรองปัตตานีเป็นชาติบ้านเกิดและเป็นอธิปไตยของชาวมลายูปัตตานี ต้องยอมรับบีอาร์เอ็นเป็นขบวนการปลดปล่อยชาวปาตานี ไม่ใช่กลุ่มแบ่งแยกดินแดน สุดท้ายให้มีการปลดปล่อยกลุ่มแนวร่วมโดยไม่มีเงื่อนไขนั้น ทางการไทยให้การยอมรับแล้ว 4 ข้อ

                 การออกมาโยนหินถามทางภายหลังการประชุมหน่วยงานความมั่นคงของไทยถึงข้อเสนออย่างเป็นทางการทั้งหมดจำนวน 34 หน้า ทั้งที่ไทยยังมิได้มีมติในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด สร้างความสับสนและเป็นการตีกินแบบไม่จริงใจ ทั้งที่กระบวนการจัดการของเราจะให้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะนำรายละเอียดของข้อเรียกร้องมาศึกษา และทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะนำไปหารือกับประชาชนในพื้นที่ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) อีกครั้ง

                 ยุทธการปล่อยข่าวถูกหยิบยกมาใช้ท่ามกลางความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ที่คุกรุ่นขึ้นมาทุกขณะก่อนการเจรจา เป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างให้แก่พี่น้องชายแดนใต้ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรไทย ที่สำคัญการเจรจาสันติภาพต้องยึดถืออธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนเป็นหลัก อย่าให้ผู้ที่ไม่หวังดีหยิบฉวยความได้เปรียบจากการสร้างความรุนแรงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจำนนจำยอม ขอให้รัฐบาลยึดแนวทางเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา รวมถึงใช้ความเข้มข้นในการรักษาความสงบเรียบร้อยต่อผู้กระทำความผิด เมื่อเราถือสิ่งที่เหนือกว่าก็จะสามารถพูดคุยเจรจาในเชิงที่สงบได้ง่ายขึ้น