
การเมืองยุค 3 ก๊ก
การเมืองเป็นการหักล้าง ช่วงชิงผลประโยชน์ จากการกุมอำนาจรัฐ ด้วยการยืมมือประชาชนลงคะแนนวันเลือกตั้ง กาเบอร์เพราะน้ำใจ หรือปัจจัย แล้วแต่เงื่อนไข
การเมืองไทยเข้าสู่ยุคนอมินี ตัวแทน หลังจากตุลาการรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ทั้งพรรคเล็กและใหญ่ นักการเมืองมองว่าวิธีนี้เป็นการตัดตอนคู่แข่ง โดยเฉพาะพวกแกนนำตัวหลักซึ่งมักอยากเป็นกรรมการบริหารพรรค เลขาธิการ รองหัวหน้าพรรค
เมื่อพรรคการเมืองโดนยุบถี่ๆ เริ่มมีคนแหยง เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่า พวกแกนนำจะไปทำนอกเกม ละเมิดกฎหมาย ทิ้งหลักฐานไว้ให้เจ้าหน้าที่จับได้
หรือมีหลักฐานจากพรรคคู่แข่งนำไปร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง !
ช่วงนี้จึงเห็นการเล่นเกมหักล้าง 3 ฝ่าย ทำให้การเมืองไทยเป็นเหมือน 3 ก๊กใหญ่ ข้างในแยกเป็นก๊วน มุ้ง หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ ต่างจ้องชิงความได้เปรียบ
และต้องได้ใจประชาชน ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา
พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาล ต้องเป็นพันธมิตรแบบจำใจกับพรรคภูมิใจไทย เพราะยอมรับว่า “ถ้าไม่มีเขา เรามาไม่ได้” แทนที่จะมองว่าถ้าเราไม่มีเขา เราไม่ใช่วัว ควาย หรือสัตว์อื่นๆ ประเภทไม่มีเขา เช่น ช้าง หรือหมู เป็นต้น
ทั้ง 2 พรรคจะอยู่ร่วมกันในรัฐบาลได้นานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการยอมซึ่งกันและกันในการจัดสรรผลประโยชน์ เช่นฝ่ายหนึ่งอยากเปิบคำโต แต่อีกฝ่ายบอกน่าเกลียด
แบบนี้ถือว่าเป็นการขัดใจ ขัดผลประโยชน์ เมื่อเจรจาไม่ได้ ต้องอาศัยเสียงมวลชน และความคิดเห็นสาธารณะเป็นแนวร่วม ทำให้โครงการต่างๆ ซึ่งถูกสงสัยว่าจะมีนอกมีในถูกเตะถ่วง แช่เย็น หรือตั้งกรรมการ อนุกรรมการศึกษา ยื้อเวลาซ้ำซาก
เจอลูกเล่นแบบนี้ ฝ่ายเสียผลประโยชน์ย่อมแสวงหาจังหวะในการเอาคืน ด้วยการตรวจสอบโครงการของอีกฝ่าย แล้วแหกปากฟ้องชาวบ้านว่าส่งกลิ่นตุๆ น่ารังเกียจ
พรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทยอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทุกวันนี้ยังไม่แตกแยก หักดิบ ล้มโต๊ะ เพราะยังขาดเสบียงก้อนใหญ่สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป
ฝ่ายค้าน คือพรรคเพื่อไทย กำลังเร่งฟื้นคะแนน ความนิยม หลังจากอยู่ในสภาพความน่าเชื่อถือเกือบล่มสลาย เมื่อไปเป็นพันธมิตรร่วมตายกับกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งโดยธรรมชาติและการจัดตั้ง มีน้ำเลี้ยงมาจากแหล่งเดียวกัน
มีทั้งฝ่ายในสภา ฝ่ายนอกสภา และฝ่ายถ่าง 2 ขาควบ ทั้งในและนอกสภา เพราะถูกมองว่ามีศักยภาพสูง ถ้าได้น้ำเลี้ยงส่งอุดมสมบูรณ์ รังสีอำมหิตฉายแววโหดเด่นชัด
จุดขายเข้าตานายคือ ใจกล้า หน้าด้าน ตะแบง โกหกเก่ง ใส่ร้ายป้ายสี สามารถสร้างราคาให้ตัวเองเข้าสู่ระดับแนวหน้า เป็นที่พึ่งของเศรษฐีหนีคุกลี้ภัยเมืองนอก
ช่วงนี้ดูเหมือนเป็นศึก 3 ฝ่าย จะมองว่าเป็น 3 ก๊ก หรือเขมร 3 ฝ่ายในยุคกัมพูชาบ้านแตกสาแหรกขาดด้วยสงครามกลางเมือง ต้องรอดูผลสุดท้ายของการคุมเชิง
พรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพตั้งรับ ทุกวันนี้ยังหาหัวหน้าพรรคตัวจริง ซึ่งก็เป็นตัวแทนนายใหญ่ไม่ได้ คนนั่งเก้าอี้ปัจจุบันมีหน้าที่เพียงรักษา ไม่ให้ฝุ่นเกาะเท่านั้น
แต่ก็ได้จังหวะงาม เมื่อการหาเสียงแบบโฮมสเตย์ ขอนอนบ้านประชาชน ทำให้ค่ายเพื่อไทยเปิดฉากรุกโดยกล่าวหาว่าค่ายภูมิใจไทยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
หัวหน้าตัวจริงแสดงตัวน่าเกลียด ละเมิดคำสั่งห้ามของตุลาการรัฐธรรมนูญ ทำตัวเป็นคนสั่งงาน กำกับบทบาทของ ส.ส. และรัฐมนตรีสังกัดพรรค ทำให้ตัวเองเป็นดาวเด่น ออกทีวีเกือบทุกช่อง โดยเฉพาะในช่วงที่เป่านกหวีดรวมพล
แถมหัวหน้าพรรค “ปู่จิ้น” ถูกกล่าวหาว่าความเป็นผู้ใจบุญ ควัก 2,000 บาท เป็นการละเมิดข้อห้ามใช้เงินซื้อเสียง ประเด็นนี้ยังต้องมองเจตนา ว่าการให้โดยไม่ให้ถูกทีวีถ่ายภาพ หรือผู้สื่อข่าวได้เห็น หรือแสดงความกรุณาโดยเปิดเผยนั้น มีผลต่างกันหรือไม่
ยุคนี้ค่ายภูมิใจไทยคึกสุดๆ เป็นสปอนเซอร์หลักรถเมล์ 4,000 คัน ถือเป็นรายการหลัก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้ขยอกโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิด้วยงบบานกว่า 8 หมื่นล้านบาทไปแล้ว เหลือเพียงพิธีกรรมจัดสรรทรัพยากรในโครงการให้ทุกฝ่ายเท่านั้น
เพียงเฉพาะส่วนในงบประมาณปี 2553 ค่ายนี้มีสิทธิกุมมากกว่า 4 แสนล้านบาท เพียงคิดว่า 10 เปอร์เซ็นต์เป็นตัวเลขเท่าไหร่ ก็นอนไม่หลับ ตาค้างด้วยความตื่นเต้นแล้ว
ด้วยเหตุนี้เอง “สิงห์เหลิม” อัศวินหัวหอกในการนำศึกเลือกตั้ง ประกาศว่าตัวเองอยากเป็นนายกฯ สัก 6 เดือน จะกู้เงินสะบั้นหั่นแหลก เอามาใช้จ่ายให้สะดือปลิ้น มีภารกิจประการเดียวคือทำให้นายใหญ่สิ้นสภาพผู้ลี้ภัยหนีคุกได้หวนคืนสู่บ้านเกิด
ไม่สนใจว่าประชาชน กรมราชทัณฑ์ หรือศาลจะว่าอย่างไรด้านคดีเก่าและใหม่ !
แล้วค่ายสะตอว่าอย่างไร? เด็กมาร์คสลับบทบาท ตีกินคะแนนจากการเยือนประเทศเพื่อนบ้านใกล้และไกล และแก้ปัญหาในประเทศ ช่วงนี้อ่วมหนักหลังจากการก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้รุนแรง มีทั้งคาร์บอมบ์ การกราดยิงคนในสุเหร่า
ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และปัญหาเรื้อรังอื่นๆ พรรคการเมืองแตกเป็น 3 ก๊ก แยกเขี้ยวใสกันไม่เว้นแต่ละวัน ใครอยากเป็นพระเอก ผู้ร้าย เลือกได้ตามใจนิ! อิอิอิ!!!



