คอลัมนิสต์

ความปลอดภัยของประชาชน

ความปลอดภัยของประชาชน

11 ก.ย. 2556

ความปลอดภัยของประชาชน : บทบรรณาธิการประจำวันที่11ก.ย.2556

               กรุงเทพมหานครกำลังจะกลายเป็นเมืองน่าอยู่ในอนาคต หากแผนงานการควบคุมอาชญากรรมของกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ผลตามที่วางแผนไว้ ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับสูงเข้ามาใช้ด้วยนวัตกรรมกล้องทีวีวงจรปิดป้องกันอาชญากรรมเบ็ดเสร็จ หรือภายใต้โครงการที่เรียกว่ามิราเคิลอายส์ เป็นความร่วมมือกับบริษัททีโอที เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยบช.น. ตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะติดตั้งครบ 1 ล้านตัว ส่วนในปีนี้คาดว่าจะติดตั้งได้ราว 1 แสนตัว เหตุผลในแง่การรักษาความปลอดภัยเมื่อเปรียบเทียบกำลังพลของตำรวจนครบาลที่มีเพียง 2 หมื่นนายในขณะที่ประชากรมีมากถึง 12 ล้านคน เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดปัญหา ที่สำคัญจากการแถลงของผบช.น.ย้ำว่าตำรวจนครบาลไม่ต้องไปง้อกล้องของกทม.อีกต่อไป ซึ่งฟังดูเหมือนมีข้อขัดแย้งกันในทีแต่เอาละเมื่อตำรวจริเริ่มที่จะใช้นวัตกรรมใหม่เข้าปราบปรามอาชญากรรมก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับคนเมืองหลวง

               สภาพอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพนั้นเรียกได้ว่าครอบคลุมเป็นบริเวณกว้างทั้งในเขตเมืองและชานกรุงเทพฯ ไม่ได้เกิดเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งแต่เป็นความต่อเนื่องไปทั่ว เส้นทางหลบหนีและแหล่งกบดานกระจายตัวอยู่รอบจุดเกิดเหตุ ที่ผ่านมาบางคดีเกิดปัญหาระหว่างรอยต่อท้องที่ การแจ้งสกัดจับเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้คนร้ายเล็ดลอดหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว บางคดียังไร้ร่องรอย บางคดีพอจะทราบตัวคนร้ายแต่กลับหาไม่พบกลายเป็นอุปสรรค แต่หากมีระบบกล้องวงจรปิดลักษณะนี้อย่างน้อยก็ขีดเส้นทางหนีให้แคบลงได้ มีผลต่อการจับกุมที่รวดเร็ว ในเชิงจิตวิทยาคนร้ายที่คิดก่อคดีอาจเกิดความลังเลได้มากเพราะมีกล้องอยู่เต็มพื้นที่ การลงมือและเส้นทางหลบหนีจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ตรงนี้อาจเป็นการลดอาชญากรรมได้ทางหนึ่ง แต่การจะไปถึงเป้าหมายระดับนั้นได้จำเป็นต้องมีวงจรปิดที่ครอบคลุมทั้งหมด มิเช่นกันจะเกิดช่องว่างแทนที่จะหลบอยู่ในเขตนครบาลคนร้ายอาจหลบไปกบดานทางปริมณฑล ทำให้การจับกุมยากขึ้นไปอีกอย่างที่ผ่านมาหลายคดีเพียงแค่ข้ามท้องที่ก็หากันไปเจอแล้ว

               สำหรับโครงการมิราเคิลอายส์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วยและกำลังเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนติดตั้งซอฟต์แวร์ 4 แบบ คือ 1.การแจ้งเหตุบุกรุก สามารถแจ้งเหตุผ่านกล้องซีซีทีวี ได้ทันทีไปยังสน. ตำรวจก็จะรีบไประงับเหตุ  2.การแจ้งเตือนเมื่อประชาชนไม่อยู่บ้าน กล้องซีซีทีวีจะเฝ้าบ้านให้ และจะแจ้งเหตุไปยัง สน. หากมีคนร้ายเข้าบ้าน 3.ระบบเรดไลน์ เมื่อทุกคนในบ้านเข้านอน ก็กดเรดไลน์ ซึ่งทำไว้รอบบ้านตกดึกหากคนร้ายบุกรุก กล้องซีซีทีวีจะแจ้งเหตุไปยังสน.และโปรแกรมแจ้งเข้ามือถือเจ้าของบ้านด้วย ส่วนแบบที่ 4 จะติดตั้งปีหน้าเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถสาธารณะ แต่มีประเด็นคือ การลงทะเบียนติดตั้งต้องมีค่าใช้จ่ายที่ชาวบ้านจะต้องควักเงินเอง ความจริงแนวคิดและวิธีการของตำรวจนครบาลมาได้ถูกทาง ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง แต่หากถามความคิดเห็นประชาชนเชื่อว่า อาจต้องการให้รัฐเป็นผู้สนับสนุนในแง่ของงบประมาณจากเงินภาษีมากกว่าต้องมาจ่ายภาษีเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์ตัวเองที่มองว่าควรเป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งรัฐบาลน่าจะรับเอาไปศึกษา