
ผ่าเกมร้อนเลือกตั้งส.ว.
ผ่าเกมร้อนเลือกตั้งส.ว. : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา
ความเร่งรีบในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่งวุฒิสภา ชนิดที่เรียกว่าหาหลักหารากกันแทบไม่เจอนั้น มองหาเหตุผลอื่นได้ยากจริงๆ นอกเสียจากเป็นเพราะอายุของวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งครั้งนี้หดสั้นเข้ามาทุกขณะ
วุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกเลือกมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551
นั่นย่อมหมายความว่า หากไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ วันที่ 2 มีนาคม 2557 ก็ต้องมีการเลือกวุฒิสภากันอีกครั้ง
หากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน วุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็จะยังมีอยู่และอยู่ต่อไปอีก 3 ปี
แต่สิ่งที่ที่ประชุมรัฐสภากำลังเร่งรีบพิจารณาแก้ไขที่มาของวุฒิสภาอยู่ในตอนนี้ ก็เพื่อให้ทันกับเวลาที่หดสั้นลง และที่สำคัญ หากแก้ไขได้สำเร็จก็จะได้สองเด้ง เพราะวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็จะสิ้นสภาพไปโดยปริยาย เพราะกำหนดให้วุฒิสภาใหม่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด
ที่เป็นเช่นนี้เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า อำนาจวุฒิสภานั้นมากกว่าการกลั่นกรองกฎหมาย แต่มีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ถอดถอนกรรมการองค์กรอิสระ และถอดถอนรัฐบาล
แต่ที่ "คนบงการเกม" สั่งให้เร่งเร็วจี๋ประชุมรวดสัปดาห์ละ 5 วัน ตั้งแต่สายยันดึก นั่นก็เพราะเกรงว่า กลุ่มคน 3 กลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ จะไหลมารวมกัน
กลุ่มแรก "ม็อบสวนลุมฯ" ซึ่งประกอบไปด้วย กองทัพประชาชนฯ แนวร่วมพันธมิตร และแนวร่วมอาชีวะฯ
กลุ่มที่สอง "ม็อบเกษตรกร" ปัจจุบันที่ยังแรงอยู่ก็คือ ม็อบสวนยางพารา-ปาล์มน้ำมัน แต่ที่ยังพร้อมจะเคลื่อนไหวก็ยังมี ม็อบข้าวโพด ม็อบข้าว ที่แม้บางส่วนจะจำนำได้ แต่ก็พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ หากเกิดความไม่พอใจในสิ่งที่ได้รับ
กลุ่มที่สาม มวลชนฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์
หากทั้ง 3 กลุ่มไหลมารวมกันได้ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะเข้าที่เข้าทางในแบบแผนที่วางเอาไว้ ก็มีหวังส่งให้รัฐบาลนี้เดินสู่ทางตัน และต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนที่จะพังกันทั้งคณะ
แต่ปัญหามีไว้แก้ !
กลวิธีที่ใช้ก็คือ แยกปลาออกจากน้ำ ด้วยการเจาะเข้าไปยังแกนนำของกลุ่มนั้นๆ แบบถึงลูกถึงคน
กลุ่มแรก ม็อบสวนลุมฯ นั้น มีการส่งคนไปพูดคุยกับแกนนำที่เคยเป็นคนมีสี จากนั้นกระหน่ำด้วยเครือข่ายสื่อออนไลน์ จนสุดท้ายก็มีแกนนำบางคนเริ่มออกอาการเสียงแปร่งๆ โดยที่มวลชนในสวนลุมฯ ต่างก็รับรู้รับทราบ เพียงแต่ไม่กล้าเอ่ยเอื้อน เพราะเกรงจะทำให้เสียขบวน
ทำได้แค่เพียงใช้ความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนชื่อกลุ่ม อย่างเช่น กองทัพประชาชนฯ นั้น มีการเสนอชื่ออื่น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนนัก
กลุ่มที่สอง ตรงส่วนนี้ก็ไม่ต่างจากกลุ่มแรกเท่าใดนัก การเจาะไปยังแกนนำ-หัวขบวนในการเคลื่อนไหว ซึ่งก็ได้ผล หลายแห่งยินยอมรับเงื่อนไข บางแห่งทำท่าว่าจะมาก็ไม่ได้มา ปล่อยให้ตำรวจแห่ไปชุมนุมรับเก้อ
ยังเหลือแต่สวนยางพารา-ปาล์มน้ำมัน ที่ภาคใต้ แต่ก็ถือได้ว่า "อ่อนลงไปเยอะ" แล้ว
นั่นก็แสดงว่า กลวิธีนี้ได้ผล พอม็อบขาดผู้นำ การเคลื่อนไหวก็ไม่เป็นพิษเป็นภัย เคลื่อนไหวสะเปะสะปะ
ส่วนกลุ่มสุดท้ายก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก เพราะรับรู้อยู่แล้วว่า ประชาธิปัตย์นั้นแบ่งเป็นสองขั้วมานานแล้ว ชัดเจนเมื่อครั้งมีการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคระหว่างกลุ่มผลัดใบ กับทศวรรษใหม่ จึงเป็นการง่ายในการเจาะเข้าไป
ก่อนหน้านี้กลุ่มหนึ่งประกาศชัดว่าจะไปร่วมกับม็อบสวนลุมฯ ถึงกับส่งคนไปขึ้นเวทีด้วยซ้ำไป ขณะที่อีกกลุ่มได้รับเงื่อนไขสัญญาว่า ถ้าไม่ร่วมต้นปีหน้าเลือกตั้งกันใหม่แล้วไปวัดกันในตอนนั้นอีกที
ด้วยสภาพรัฐบาลที่ซวนไปเซมา แก้ปัญหาปากท้องไม่ได้ เศรษฐกิจทรุดต่อเนื่อง การเมืองแตกแยก มันก็พอจะมองเห็นแสงสว่าง เห็นทางชนะ ที่หากว่า ได้พันธมิตรที่ดี...ท่าทีก็เลยผ่อนคลายลง
เป็นการผ่อนคลายท่ามกลางความกังขาของอีกกลุ่มในประชาธิปัตย์ว่า แค่เซก็คิดว่าศัตรูทรุด คิดเช่นนั้นมันก็ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว !
แต่สภาพภายในประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร หาใช่ธุระไม่ ในเมื่อเป้าหมายสกัดไม่ให้ 3 กลุ่มไหลรวมกันบรรลุผลแล้ว
กระบวนการเร่งรีบเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของวุฒิสภาจึงร้อนรน โดยที่แม้จะรู้ว่า ปลายทางจะเจอด่านหิน "ศาลรัฐธรรมนูญ" แต่หากมองว่า นั่นก็แค่บันไดอีกขั้นที่ต้องก้าวขึ้นไป มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย
.........................
(หมายเหตุ : ผ่าเกมร้อนเลือกตั้งส.ว. : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)



