คอลัมนิสต์

'ชมรมยุวชนตำรวจ'สร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

'ชมรมยุวชนตำรวจ'สร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

10 ก.ย. 2556

'ชมรมยุวชนตำรวจ'สร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

               “เด็กวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า" วลีนี้สื่อถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนที่มีต่อสังคม แต่ปัจจุบันเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ยังขาดการเหลียวแล-แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและยาเสพติด กำลังเป็นปัญหาเรื้อรังกัดกร่อนชุมชนและสังคมในอนาคต
               
               สถิติเด็กและเยาวชนถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเปรียบเทียบระหว่างปี 2551-2555 พบว่าในปี 2555 มีเด็กและเยาวชนอายุเกิน 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจฯ ทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น เป็นคดียาเสพติดมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนจากครอบครัวแตกแยก
               
               สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่มาของโครงการ “ชมรมยุวชนตำรวจ” ที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ริเริ่มขึ้นเพื่อสานต่อจากโครงการ "ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน" ประสบความสำเร็จมาในระดับหนึ่งแล้ว โครงการนี้ยังเป็นการทำงานชุมชนในเชิงรุกเพียงแต่เบนเข็มจากเดิมที่เข้าไปในชุมชน หมู่บ้าน มาเป็น “สถานศึกษา” ถือว่าเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของเด็กและเยาวชน
 
               พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มอบนโยบายการปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ชื่อ “คณะทูตยุวชนตำรวจ” จากศูนย์กลางการเรียนรู้ตำรวจสอบสวนกลาง ก็ออกเดินสายติวเข้มวิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติให้แก่ตำรวจในสังกัดตามกองบังคับการต่างๆ

               ล่าสุด คณะทูตยุวชนตำรวจ เดินทางมาบรรยายให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวให้แก่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) นี่คือหลักสูตรการสืบสวนสมัยใหม่ชั้นดีอย่างหนึ่งที่แฝงอยู่ในโครงการนี้ หากการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ทั้งตำรวจและชุมชน หรือโรงเรียนจะได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน

               แนวทางการทำงานจะเริ่มจากการเตรียมตัว ตั้งแต่การแต่งกาย สภาพร่างกาย และจิตใจต้องพร้อม ต้องมีจิตอาสา เพราะเป็นการทำงานนอกเวลา ต่อมาคือการหาข้อมูลมีทั้งแบบปิด และแบบเปิด ผสมผสานกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นข้อมูลความจริง ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ เมื่อได้ข้อมูลมากพอแล้ว จึงค่อยเข้าสู่ภาคปฏิบัติเข้มข้น แต่เป็นไปในลักษณะการสร้างความคุ้นเคย และริเริ่มให้เด็กและเยาวชนใช้ความคิดสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ขึ้นด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้เวลาและความอดทนเป็นหลักสำคัญในการทำงาน

               พ.ต.ท.บุรินทร์ ยมจินดา สว.กก.6 บก.ปปป. กล่าวว่า กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ต้องมาจากตัวเด็กๆ เอง จะเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์อะไรหรือแบบใดก็ได้ เช่น การทำความสะอาด การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ แต่เราจะค่อยๆ สอดแทรก ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กๆ อย่างที่ บก.ปปป. นั้นก็อาจเสริมข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเข้าไปในกิจกรรมที่เด็กๆ คิดขึ้นก็ได้ หลังจากทราบแนวทางปฏิบัติแล้วก็จะเริ่มเข้าไปสำรวจหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งในส่วนของ กก.6 บก.ปปป. นำโดย พ.ต.อ.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผกก.6 บก.ปปป. จะนำโครงการนี้ลงไปทำต่อเนื่องกันไปกับโรงเรียนในพื้นที่

               ด.ต.กิตต์ธเนศ ฐิติกุลวรฉัตร์ ผบ.หมู่ กก.6 บก.ปปป. ระบุว่า โครงการนี้จะเป็นเพียงพี่เลี้ยงช่วยกระตุ้นเด็กๆ ให้คิดริเริ่มทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกันในลักษณะชมรม โดยไม่สั่งการ ไม่บังคับ แต่จะรับฟังเด็กให้มากๆ แม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานพอสมควรจึงจะเห็นผล ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ตำรวจเล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนให้มีภูมิต้านทานต่อภัยต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และคุณธรรม เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต