
ท่าทีไทยกับสงครามซีเรีย
ท่าทีไทยกับสงครามซีเรีย : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ประชาคมโลกต้องปวดหัวอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากความขัดแย้งในซีเรียทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศมหาอำนาจต่างๆ โดยเฉพาะภายในคณะมนตรีความมั่นคงถาวรขององค์การประชาชาติ ทำให้เกิดความรู้สึกว่ายูเอ็นแทบไม่มีประโยชน์ในการแก้ขปัญหาใหญ่ๆ ของโลก
สหรัฐอเมริกาและโลกตะวันตกต้องการทำโทษรัฐบาลซีเรียที่ใช้อาวุธสารเคมีต่อประชาชนของตัวเอง ในวันที่ 21 สิงหาคม ทำให้มีเสียชีวิตเกือบ 1,400 คน รวมทั้งเด็กประมาณ 400 กว่าคน โดยหมายมั่นจะใช้กองกำลังจู่โจมทางอากาศต่อฐานที่มั่นและจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ในประเทศเป็นเวลาสอง-สามอาทิตย์
ในอดีตสหรัฐอเมริกาสามารถทำได้เลยทันที ไม่ต้องปรึกษาใคร แต่ในปัจจุบันสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากหมายทั้งภายในและฝ่ายนอกประเทศ ฐานะของสหรัฐอเมริกาในเวทีการเมืองโลกได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าประเทศนี้ยังมีศักยภาพเดิมๆ อยู่ก็ตาม สาเหตุสำคัญคือ ท่าทีกลุ่มพันธมิตรในยุโรปไม่ต้องการเข้าไปยุ่งในวงจรอุบาทว์นี้ การต้องเข้าไปแทรกแซงทางด้านมนุษยธรรม ดูตัวอย่างที่ชัดเจนมาก เยอรมันไม่เล่นด้วยเลย เพราะกระแสภายในประเทศต่อต้านรุนแรงมากต่อการแทรกแซงในซีเรีย
ส่วนท่าทีฝรั่งเศสแปลกกว่าประเทศอื่นๆ คือ สนับสนุนการใช้กำลังจู่โจมทางอากาศ ประธานาธิบดีโอลลองค์ ได้ใช้กองกำลังแทรกแซงในประเทศมาลีมาแล้วเมื่อต้นปีนี้
เมื่อเร็วๆ นี้ สภาผู้แทนอังกฤษลงคะแนนเสียงคัดค้านการทำลงโทษซีเรีย เพราะมีประสบการณ์ไม่ดีในสมัย รัฐบาลโทนี แบลร์ ที่เข้าไปร่วมรบกับสหรัฐอเมริกาในอิรัก เนื่องจากมีอาวุธนิวเคลียร์ ประเด็นนี้ยังเป็นปัญหาคาใจคนอังกฤษอยู่ (แปลกใจมากที่ไทยเชิญโทนี แบลร์ มาพูด เพราะชื่อเสียงไม่ได้ดิบดีอะไร อดีตเลขาฯ ยูเอ็นโคฟี อันนัน ดีกว่า)
ตอนนี้สหรัฐอเมริกาถูกโดดเดี่ยว ฉะนั้น ประธานาธิบดีโอบามา ต้องหาทางออกคือ ทำอย่างไรจึงสามารถทำโทษซีเรียในฐานะที่ใช้อาวุธสารเคมี โดยมีผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศน้อยที่สุด ในการเมืองระหว่างประเทศการโจมตีประเทศอื่นๆ ไม่ว่าในบริบทใดก็ตามถือว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ประเด็นนี้โอบามาเข้าใจดี ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะเจ้าตัวได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาแล้ว
ฝ่ายคัดค้านการใช้กำลัง เช่น รัสเซีย และจีน ได้เรียกร้องให้สหรัฐอเมริการอฟังผลการดินทางหาข้อเท็จจริงจากซีเรียเสียก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรต่อไป ที่ผ่านมาทั้งสองประเทศวีโต้มติสหประชาชาติที่อนุญาตให้ใช้กำลังทหารทำโทษซีเรีย
ในวงการทูต ทุกคนเข้าใจดีว่า งานนี้หวังพึ่งยูเอ็นไม่ได้ เพราะมีสมาชิกวีโต้ได้ ฉะนั้นสหรัฐอเมริกาพยายามรณรงค์เรียกเสียงสนับบสนุนจากสภาคองเกรสของตัวเอง เร็วๆ นี้คงรู้เรื่องว่าสภาคองเกรสจะยอมรับที่โอบามาหรือไม่ ลึกๆ ฝ่ายพรรครีพับลิกันไม่มีทางเลือก อาจจะต้องสนับสนุนโอบามา
ส่วนไทยเราได้รับรองฝ่ายกบฏหรือสภาต่อต้านรัฐบาลซีเรียเรียบร้อยไปแล้ว ถือว่าเป็นท่าทีใหม่ของการทูตไทย เพราะในอดีตเวลาเจอสถานการณ์ล่อแหลมแบบนี้ ไทยจะมีการตัดสินใจก็ต่อเมื่อสถานการณ์บังคับจริงๆ เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงการต่างประเทศมีจุดยืนชัดเจนว่า ถ้ายูเอ็นมีมติสนับสนุนการใช้กำลังต่อซีเรีย ไทยเรายินดีให้ความร่วมมือ บังเอิญตอนนี้สัมพันธ์ไทยกับซีเรียไม่มีอะไรมาก เพราะในช่วงสองปีที่ผ่านมา แรงงานไทยได้โยกย้ายออกมาแล้ว ไปอยู่ลิเบียบ้าง กลับบ้านบ้าง
ความข้ดแย้งในซีเรียได้สร้างความร้าวฉานระหว่างสหรัฐอเมิรกากับรัสเซีย ทำให้ระบบการเมืองระหว่างประเทศสั่นคลอน ขณะนี้ถึงไม่มีสงครามเย็นแล้ว ทั้งสองมหาอำนาจยังจะเถียงกันต่อ แทนที่จะร่วมมือกันสร้างเสถียรภาพและสันติภาพให้แก่ภูมิภาคต่างๆ แต่กลับมาปกป้องผลประโยชน์ตัวเองอย่างน่าอับอาย
ฉะนั้นสงครามไม่เย็นไม่ร้อนครั้งนี้ ไทยเราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและปรับนโยบายต่างประเทศทันควัน เวลาเรามองดูอนาคต เราต้องพิจารณาว่าเราจะมีบทบาทในเวทีการเมืองในภูมิภาคและโลกในฐานะประเทศมีอำนาจในระดับกลางหรือไม่อย่างไร ขณะนี้ไทยเราได้เริ่มการรณรงค์ล็อบบี้เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากต่างประเทศเพื่อเข้าชิงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงไม่ถาวรของยูเอ็นปี 2017



