
วิกฤติคอร์รัปชั่น
วิกฤติคอร์รัปชั่น : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ก.ย2556
เสียงสะท้อนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในบ้านเมืองเราดูจะยังคงดังกระหึ่มและกึกก้องไปทั่ว ยิ่งนับวันการคอร์รัปชั่นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนบางกลุ่มบางจำพวกในทุกสาขาอาชีพไปเสียแล้ว ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ยังซึมลึกเข้าไปถึงกลุ่มเยาวชนอย่างมิรู้ตัว จนทุกวันนี้การโกงด้วยการลอกข้อสอบถึงเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วหากมีโอกาส และเมื่อได้ฟังเสียงสะท้อนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ซึ่งทำงานมาครบ 3 ปี ทำให้ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ลึกซึ้งของการทำงานถึงอุปสรรคสำคัญของการต่อต้านคอร์รัปชั่นในบ้านเรา คือความเชื่อในสังคมไทยที่ว่า การต่อสู้เพื่อเอาชนะคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ยอมรับได้หากตนเองได้ประโยชน์หรือไม่ได้รับผลกระทบ
สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีแต่ทรงกับทรุดลงและกำลังก้าวสู่มหาวิกฤติคอร์รัปชั่น เพราะมีการบูรณาการอย่างกว้างขวาง มีเครือข่ายทั้งระดับชาติ ท้องถิ่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ สื่อมวลชน องค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ด้วยสาเหตุหลักมาจากความไม่จริงจังของรัฐบาล และฝ่ายบริหารที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างถาวร รัฐบาลแสดงนโยบายต่อรัฐสภาและต่อที่ประชุมสาธารณะว่าให้ความสำคัญต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะในโครงการใหญ่ๆ ของรัฐ เช่น รับจำนำข้าว รวมถึงความเห็นแก่ตัวของนักธุรกิจ ภาวะสมยอม จำยอม ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ วิ่งเต้นเพื่อให้ได้งาน ได้เงิน ก้าวสู่วงจรอุบาทว์ด้วยความไม่เต็มใจ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง
ไม่เพียงเท่านี้ ในวงราชการเองก็มีการซื้อตำแหน่งมากมาย ตำแหน่งสำคัญๆ ซื้อขายด้วยตัวเลขถึง 7 หลัก แน่นอนว่า เมื่อได้ตำแหน่งย่อมต้องถอนทุนคืน การทำหน้าที่จึงไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่เพื่อเครือญาติ พวกพ้อง เจ้านาย แลกกับความก้าวหน้าในอาชีพการงานตนเอง จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการระดับสูงทุกสายตามักจะร้องอู้ฮูแสดงความตกใจ พร้อมแสดงความแคลงใจกับการได้มาเมื่อเทียบกับระยะเวลาการทำงาน เงินดือนหรือรายได้ในตำแหน่งทั้งหมดตลอดอายุราชการ และคนเหล่านี้มักจะถูกนำมาสืบทอดบนเส้นสายทางการเมืองเพื่อเป็นมือเป็นเท้าในการทำงาน ถือเป็นตัวตายตัวแทนในตำแหน่งสำคัญๆ อย่างไม่สิ้นสุด
ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ บอกไว้อย่างน่าฟัง 7 ปีที่ผ่านมาในการทำหน้าที่พบสัจธรรมว่า ยิ่งปราบ ยิ่งคอร์รัปชั่น ยิ่งมีกฎหมายฟาดฟัน ยิ่งทุจริต ยิ่งคิดยุทธศาสตร์ ยิ่งโกงไม่สิ้นสุด จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนจะต้องรวบรวมพลังขจัดสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ให้หมดไปกอบกู้ชาติให้ใสสะอาดเอย สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความเชื่อ ต้องไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ และเชื่อมั่นว่า การต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันทำอย่างจริงจังตั้งแต่วินาทีนี้ โดยเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ คือที่ตัวเราเองและครอบครัว พ่อแม่มีหน้าที่สร้างค่านิยมและจิตสำนึก ทำตัวเป็นตัวอย่างเพื่ออนาคตประเทศไทยที่สดใสไร้คอร์รัปชั่น



