คอลัมนิสต์

'ประยุทธ์'พบผู้นำศาสนาใต้ปรับกำลังต.ค.รอยต่อสำคัญ

'ประยุทธ์'พบผู้นำศาสนาใต้ปรับกำลังต.ค.รอยต่อสำคัญ

05 ก.ย. 2556

'ประยุทธ์'พบผู้นำศาสนาใต้ปรับกำลังต.ค.รอยต่อสำคัญ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

             “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” เป็นยุทธศาสตร์พระราชทานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้น้อมนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรื่อยมา ดังเช่นการเปิดโอกาสให้ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.ยะลา เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกองบัญชาการกองทัพบกเมื่อเร็วๆ นี้

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในระหว่างการพบปะกันนานกว่า 1 ชั่วโมงถึงความจำเป็นในการส่งกำลังพลลงไปในพื้นที่ว่า ขณะนี้จำเป็นต้องจัดกำลังจากทุกภาคลงไปรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ข้าราชการ และประชาชนสามารถประกอบอาชีพ และทำงานในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ตามแผนการแก้ไขปัญหาระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี 2547-2553 โดยมีกำลังทหารนอกพื้นที่ จำนวน 22 กองพัน

             อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะที่ 2 จะมีการลดกำลังทหารลงตั้งแต่ปี 2553 เหลือเพียง 16 กองพัน และยอมรับว่า ปัญหาบางส่วน "เจ้าหน้าที่" มีส่วนอยู่จริง แต่ก็ไม่ใช่เงื่อนไขทั้งหมด เพราะยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ด้วย เช่น ความไม่เป็นธรรม ภัยแทรกซ้อน หรือการบิดเบือน แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่ที่ไม่ดี โดยเฉพาะทหารก็ขอให้แจ้งมา ซึ่งกองทัพบกจะไม่ปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด

             "การที่เราเหลือกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ 16 กองพัน เป็นขั้นตอนที่สำคัญ หรือเป็นรอยต่อขั้นตอนสุดท้ายในการส่งมอบพื้นที่ให้กลับคืนไปสู่การดูแลของเจ้าหน้าที่ปกติ โดยที่ไม่มีกำลังทหารจากส่วนอื่นลงไปในพื้นที่ แต่เท่าที่ดูระยะที่ 3 ใกล้ที่จะมาถึงแล้ว โดยในเดือนตุลาคม 2556 จะมีการปรับลดกำลังทหารเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์"

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การที่จะสร้าง "กำลังประจำถิ่น" ขึ้นมาจะต้องไปเอกซเรย์ด้วยว่า กลุ่มคนเหล่านี้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างถูกต้องหรือไม่ และจะต้องขจัดภัยแทรกซ้อน รวมทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลด้วย แต่ในพื้นที่ภาคใต้มีวัฒนธรรมแตกต่างกัน จึงต้องอาศัยความเข้าใจ โดยที่เจ้าหน้าที่จะต้องมีความเหน็ดเหนื่อย ต้องเสียสละมากขึ้น และจะต้องไม่ละเมิดอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่

             ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงนี้ เกิดจากกลุ่มที่มีความเห็นต่าง ไม่ชอบ ไม่เข้าใจ จนนำไปสู่เงื่อนไข ส่วนแนวคิดที่จะมีการปกครองใหม่ เพื่อที่จะแยกประเทศใหม่ตนคิดว่าเรื่องนี้มันช้ากันเกินที่จะไปทำแบบนั้น และประเทศไทยก็ไม่ได้เป็นประเทศที่ใหญ่โต เป็นขวานทองอันหนึ่งที่มีทั้งด้าม และหัว หากเราไม่มี "ด้ามขวาน" ก็คงไม่ใช่ประเทศไทย


"ภราดร" รับมีพวกคิดแยกดินแดนบีอาร์เอ็นกลุ่มเล็ก-"พูโล" แท็กทีม

             พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กับ "คม ชัด ลึก" ถึงกระแสข่าวว่า จะไม่มีการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นในรอบต่อไป โดยยืนยันว่า การพูดคุยยังคงเดินหน้าต่อไป เนื่องจากเป็นนโยบาย และเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับมาเลเซีย และนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ยืนยันจะพูดคุยกันต่อไป

             "การพูดคุยกันจะไปไม่ถึงเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ส่วนกลุ่มหัวรุนแรงที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่พยายามชี้ให้เห็นว่า เขาไม่ฟังกลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะเขามีความเชื่อว่าเขาสามารถต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐได้ และสามารถปกครองตนเองได้ ซึ่งเป็นความเชื่อของเขาเท่านั้น โดยกลุ่มเหล่านี้ถือเป็นผลผลิตมาจากการบ่มเพาะของกลุ่มบีอาร์เอ็นรุ่นเก่าๆ"

             เลขาธิการสมช. ชี้ถึงผลสำเร็จในการพูดคุยว่า จากการสืบสภาพในระหว่างการพูดคุยที่ผ่านมาทำให้ภาพของบีอาร์เอ็นชัด โดยสามารถจำแนกได้ 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ไม่เอาแล้วกับความรุนแรง และเดินหน้าพูดคุยเพียงอย่างเดียว ส่วนกลุ่มที่ 2-3 เป็นกลุ่มที่คุยกันรู้เรื่อง มีเพียงกลุ่มที่ 4-5 ที่ยังเป็นปัญหา

             "นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มพูโลที่เริ่มออกฤทธิ์เพื่อกระโดดเข้ามาสู่เวทีนี้ด้วย ซึ่งเราเห็นชัดเจนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นภาระของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เขาจะต้องเชื่อมให้เราให้เห็นให้ได้ เราต้องเอาการบ้านไปให้กลุ่มบีอาร์เอ็น ไม่ใช่ให้เขาเอาการบ้านกลับมาที่เรา การพูดคุยของ สมช. ไม่ได้หลงทาง แต่เรามองว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น และถูกต้อง" เลขาธิการสมช. กล่าวย้ำ

...........

(หมายเหตุ : 'ประยุทธ์'พบผู้นำศาสนาใต้ปรับกำลังต.ค.รอยต่อสำคัญ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)