คอลัมนิสต์

ทำ'ปรองดอง'ให้เกิดขึ้นจริง

ทำ'ปรองดอง'ให้เกิดขึ้นจริง

05 ก.ย. 2556

ทำ'ปรองดอง'ให้เกิดขึ้นจริง : บทบรรณาธิการประจำวันที่5 ก.ย.2556

              รัฐบาลได้ขับเคลื่อนสภาปฏิรูปการเมือง เพื่อเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาความแตกแยกและให้เกิดความปรองดองในประเทศ มีการเชิญผู้นำระดับโลกมาแลกเปลี่ยนความคิดและทัศนคติ ตลอดจนบอกกล่าวถึงประสบการณ์แก้ไขความแตกแยกในประเทศอื่นๆให้เห็นถึงรูปแบบ วิธีการปฏิบัติที่ให้เกิดประสิทธิผล ให้เห็นถึงปัจจัยด้านใดที่จะส่งผลให้เกิดความสำเร็จได้ และได้สะท้อนสิ่งที่พบเจอมาจากการเข้าร่วมแก้ไขความแตกแยก ที่น่าสนใจและนำมาไตร่ตรองว่าควรจะดำเนินการเช่นใดให้เกิดการยอมรับจากทุกฝ่าย และก้าวพ้นปัญหาที่ถ่วงประเทศมาเป็นเวลาหลายปีแล้วจนติดขัดไปหมดทุกส่วนและยังระอุอยู่ตลอดที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้

              ที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อศึกษาและหาแนวทางมาแล้ว เช่น คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) แต่ก็กลับไม่ได้รับความใส่ใจ นำเอาข้อสรุปและข้อเสนอแนะมาพิจารณาหรือดำเนินการอย่างใดให้เกิดมรรคผล เช่นเดียวกับ สมัชชาปฏิรูปประเทศ หรือ สปร. ที่ไปขับเคลื่อนทั่วประเทศโดยมีโจทย์ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม ซึ่งเป็นปัญหาหลักส่วนหนึ่งที่นำไปสู่ความแตกแยก มีการเปิดเวทีระดมข้อคิดเห็นจากองค์กรต่างๆ และภาคประชาชน แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าจะถูกเก็บเข้าลิ้นชักไม่มีการนำออกมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร การเป็นเช่นนั้นเพราะไม่ถูกใจไม่ชอบใจหรือไม่

              ขณะที่จะมีการเปิดตัว "สภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย" ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของภาคประชาชน นักวิชาการ นักศึกษา องค์กรด้านแรงงาน และนักธุรกิจ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเวทีคู่ขนานไปกับเวทีของรัฐบาล โดยตั้งเป้าผลักดันนำเสนอโครงสร้างที่จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ และตรวจสอบสภาปฏิรูปของรัฐบาล ทำให้เห็นว่าความเชื่อใจและอคติที่มีต่อกันทุกฝ่ายยังไม่สามารถก้าวพ้นได้จริง และฝ่ายค้านก็ยังอยู่ในมุมมองที่ว่าสภาปฏิรูปดังกล่าว จำกัดวงเฉพาะกลุ่มหรือบุคคลที่มีผลประโยชน์ร่วมกับรัฐบาล ไปร่วมก็ไม่ก่อประโยชน์และถูกนำไปรับรองด้วยซ้ำไป

              ดังนั้น ต้องทำอย่างไรให้สภาปฏิรูปการเมืองที่รัฐบาลริเริ่มขึ้นนั้น เป็นที่เชื่อถือและสร้างการยอมรับให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องนำไปขบคิดและหาวิธีแก้ปมดังกล่าวให้ได้ ดังเช่นที่ผู้นำระดับโลกว่าไว้ คนไทยต้องแก้กันเองต้องเปิดใจให้กว้าง และดึงทุกกลุ่มเข้ามาร่วม หากบันไดขั้นแรกที่ให้ทุกฝ่ายมาเข้าร่วมยังไม่บรรลุผล เดินหน้าต่อไปก็เป็นการยากที่จะนำไปสู่ปรองดองได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าการจะให้หลุดพ้นความแตกแยกต้องมีการเสียสละให้อภัย ต้องกำจัดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความไม่ไว้วางใจกัน และสิ่งสำคัญต้องไม่มีธงตั้งไว้เพื่อผลประโยชน์กลุ่มพวกพ้องตัวเอง ไม่เช่นนั้น จะเปิดกี่เวทีจะเชิญผู้นำระดับโลกมากี่คนก็ไม่มีทางสำเร็จได้