
จัดระเบียบกรุงเทพมหานคร
จัดระเบียบกรุงเทพมหานคร : บทบรรณาธิการประจำวันที่4ก.ย.2556
เหตุที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกมาขู่จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่เทศกิจที่เข้าไปเรียกเก็บเงินส่วยจากวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็เพราะมีข่าวออกมาเป็นระยะว่า เทศกิจหลายพื้นที่มักเข้าไปหาผลประโยชน์ตามทางเท้า ทำให้เกิดปัญหาการสัญจรของผู้คน แถมเสี่ยงต่ออุบัติเหตุเนื่องจากต้องลงมาเดินบนท้องถนน เพราะฟุตบาทกลายเป็นพื้นที่ค้าขาย พ่อค้า แม่ค้า เข้าไปจับจอง เข้ามายึดพื้นที่ทางสาธารณะวางของขายระเกะระกะจนทางเท้าไม่สามารถใช้สัญจรได้ ชาวบ้านต้องลงไปเดินข้างถนน นอกจากนี้วินมอเตอร์ไซค์บางแห่งยังเข้ามายึดถนนหรือบนฟุตบาทจอดรถรับส่งลูกค้าโดยไม่สนใจว่าจะทำให้การจราจรติดขัดหรือกีดขวางทางเดินหรือไม่ เจ้าหน้าที่เทศกิจปัจจุบันจึงกลายเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานของกรุงเทพมหานครที่มีการวิ่งเต้นโยกย้ายเข้ามาอยู่กันมากโดยเฉพาะพื้นที่ทำเลทอง เช่น ย่านสีลม ถนนสุขุมวิท ถนนข้าวสาร เขตชุมชนที่มีการค้า การขนส่งหนาแน่นหรือย่านธุรกิจขนาดใหญ่
แม้รองผู้ว่าฯ กทม. กำลังเร่งเข้ามาดำเนินการแต่ปัญหาคือ กลุ่มเจ้าหน้าที่เหล่านี้ล้วนมีเส้นมีสาย บรรดาพ่อค้าแม่ค้า หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเมื่อจ่ายเงินแล้วก็ไม่ยินยอมที่จะย้ายหรือปล่อยให้กรุงเทพมหานครจัดระเบียบได้ง่ายๆ กลายเป็นปัญหาเรื้อรังมาโดยตลอด ถ้าสังเกตในปัจจุบันจะพบว่า บริเวณริมฟุตบาท ทางเท้าจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาจับจองขายของโดยเฉพาะย่านชุมชนแหล่งท่องเที่ยวของคนต่างชาติ บางส่วนยังเข้าไปยัดเยียดขายของให้แก่นักท่องเที่ยวจนภาพลักษณ์ของเมืองน่าเที่ยวอันดับต้นของโลกเสียไป ยังไม่นับถึงปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ที่วางขายกันเกลื่อนทำให้ประเทศไทยติดอันดับกลุ่มที่มีการขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเปิดเผย จนอยู่ในบัญชีเฝ้าจับตาเนื่องจากพ่อค้าแม่ค้า ไม่ได้เกรงกลัวต่อการวางขายในที่สาธารณะ ไม่มีการหลบๆ ซ่อนๆ เพราะไม่มีใครเข้าไปดำเนินการอย่างจริงจัง
กรุงเทพมหานครถือเป็นเขตปกครองพิเศษ มีผู้ว่าราชการ มาจากการเลือกตั้ง เป็นตัวแทนจากพรรคการเมือง มีอำนาจในการบริหารเกือบจะเบ็ดเสร็จ มีงบประมาณจำนวนมาก มีความพร้อมในการบริหารบุคคล หน่วยงานที่มีเจ้าหน้าที่แอบไปหาผลประโยชน์อย่างเทศกิจ กำลังทำให้ กทม. กลายเป็นเสือตัวใหม่ กลายเป็นบ่อเงินบ่อทองจากการทุจริตคอร์รัปชั่น การออกมาจัดระเบียบของรองผู้ว่าฯ กทม. โดยเฉพาะการเอาจริงเอาจังกับเจ้าหน้าที่เทศกิจถึงขั้นจะให้ออกจากราชการนั้น จะมีผลในทางปฏิบัติก็ต่อเมื่อลงไปติดตามผล สุ่มตรวจพื้นที่ ลงโทษให้เห็นเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่กำชับเสร็จ 2-3 วันก็กลับมาอีก เช่นนี้นโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ที่จะรักษากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 เป็นเมืองหลวงของอาเซียนในอนาคต ก็คงยากที่จะทำได้ เว้นเสียแต่ต้องจัดระเบียบบ้านเมืองให้ดูสะอาดปลอดภัยอย่างเป็นสากลซึ่งเป็นหัวใจของเมืองหลวงที่ดี



