
เมื่อสื่อออสเตรเลียเลือกนายกฯ
เมื่อสื่อออสเตรเลียเลือกนายกฯ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
การเมืองและสื่อในออสเตรเลียขับเคี่ยวกันแบบสุดๆ ไม่มีใครไว้หน้าใคร โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ของเครือนายรูเพิร์ต เมอร์ด็อก นายทุนผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งได้ออกมาเชียร์นายโทนี อับบอตต์ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านร่วม (รีเบอร์รัล/เนชั่นนัล) อย่างออกหน้าออกตา
ในวันที่ 7 กันยายน คนออสเตรเลียจะเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ระหว่าง อดีตนายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ของพรรคเลเบอร์กับ นาย อับบอตต์ ตามปกติสื่อออสเตรเลียนั้นดุร้ายอยู่แล้ว วิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองแบบเสียๆ หายๆ
แต่บังเอิญการเลือกตั้งครั้งนี้ สื่อในเครือเมอร์ด็อกได้เลือกนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อยแล้ว มีคำสั่งจากเจ้านายใหญ่ให้รายงาน “เข้าข้าง” นายอับบอตต์เต็มที่ นายเมอร์ด็อกไม่ชอบหน้า นายกรัฐมนตรีรัดด์
ที่น่าสนใจคือสื่อในเครือเมอร์ด็อกมีธุรกิจและสาขาทั่วโลกในสหรัฐอเมเริกา มีทั้งสื่อทีวีและหนังสือพิมพ์และบริษัทภาพยนตร์ เช่น ฟ็อกซ์ทีวี วอลล์สตรีทเจอร์นัล ทเวนตี้เซ็นจูรี่ฟ็อกซ์ เป็นต้น ส่วนใหญ่มีประวัติศาสตร์ในการแทรกแซงการเมืองอย่างเห็นได้ชัดโดยเป็นตัวแทนของฝ่ายอนุรักษนิยม
ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ สื่อในเครือนี้มักออกมาเชียร์นักการเมืองฝ่ายขวาแบบออกหน้าออกตา
ตัวอย่างชัดเจนคือ ฟ็อกซ์ทีวีในสหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงในการโจมตี ประธานาธิบดีโอบามา แทบทุกวันในทุกๆ เรื่อง เพราะโอบามามีนโยบายเสรีนิยมไม่ถูกรสนิยมของเมอร์ด็อก อีกอย่างเขาสนับสนุนพรรครีพับลิกันมาโดยตลอด
ส่วนในอังกฤษ สื่อในเครือเมอร์ด็อกมีทั้งหนังสือพิมพ์และทีวีดังๆ เช่นเดอะไทม์ และสไกป์ทีวี เมื่อต้นปีนี้ นักหนังสือพิมพ์ในเครือถูกเล่นงานหนัก เพราะนักข่าวแอบดักฟังโทรศัพท์เวลาทำข่าวในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรณาธิการหลายคนถูกลงโทษติดคุก ส่วนนายเมอร์ด็อกนั้นถูกปรับเงินหลายร้อยล้านบาท
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา พรรคเลเบอร์หรือแรงงานได้เป็นรัฐบาลโดยชนะเพียงที่นั่งเดียว ในการจัดตั้งรัฐบาล มาครั้งนี้นายรัฐมนตรีรัดด์กลับเข้ามาเป็นนายกฯ อีกครั้งเมื่อสามเดือนที่แล้ว ทางพรรคไม่แน่ใจว่าอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของออสเตรเลีย นางจูเลีย กิลลาร์ด จะสามารถนำพรรคสู่ชัยชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ จึงหันมาเลือกรัดด์ให้เป็นผู้นำแทน
ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าในบรรดาประเทศในโลกตะวันตก ออสเตรเลียโชคดีมากๆ มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล เล็กกว่าสหรัฐอเมริกาเล็กน้อย แต่มีประชาชนน้อยกว่ามาก ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปในขณะนี้ ต้องประสบปัญหาหนี้สินท่วมตัว มีภาวะเงินฝืด แต่เศรษฐกิจออสเตรเลียยังทรงตัว มีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า (ต้องขอบคุณทุนจากจีนเข้ามาลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่และปศุสัตว์อย่างมหาศาล)
คนออสเตรเลียต้องตัดสินใจในสุดสัปดาห์นี้ว่า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ลึกๆ รู้ดีว่า ไม่จะเป็นใครชนะ ออสเตรเลียก็ยังคงเป็นประเทศที่มีอัตราความเจริญทางด้านเศรษฐกิจที่มั่นคงและมีบทบาทในภูมิภาคนี้ต่อไป
นอกจากนั้นประเทศนี้ก็ยังคงเป็นมหามิตรของสหรัฐอเมริกาอยู่วันยังค่ำ ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ถือเป็นประเทศในโลกตะวันตก ถึงแม้ว่าจะมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณเอเชียแปซิฟิกก็ตาม
ในอนาคต ออสเตรเลียยิ่งจะมีความใกล้ชิดกับอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากอาเซียนเป็นประชาคมเดียวในอีกสองปีข้างหน้า มีตลาดใหญ่ถึง 630 ล้านคน ขณะนี้ออสเตรเลียให้ความสำคัญต่ออินโดนีเซียมากที่สุดในบบรรดาหมู่อาเซียน เนื่องจากมีที่ตั้งใกล้กัน มีอดีตที่เคยเป็นศัตรูกัน
ถ้านายกรัฐมนตรีรัดด์ชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง สัมพันธ์ออสเตรเลียกับอาเซียนจะดีขึ้นมาก นายกรัฐมนตรีคนนี้สามารถพูดภาษาจีนกลางอย่างคล่องแคล่วและยังสนับสนุนการค้าระหว่างออสเตรเลียกับจีน จนมีเรื่องตลกเล่ากันฟังเปรียบเทียบทั้งสองประเทศว่า ในออสเตรเลียนั้น เจ้าของโรงงานเป็นคนจีน ยามดูแลความปลอดภัยเป็นคนอเมริกัน
อนาคตออสเตรเลียผูกติดกับอาเซียน มีความเป็นไปได้ว่า ในอนาคตออสเตรเลียอาจจะตัดสินใจเป็นสมาชิกอาเซียน ถ้าผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจในอาเซียนมีมากพอ เพราะมันเป็นหลักประกันความมั่นคงของออสเตรเลียด้วย



