คอลัมนิสต์

อย่าให้บานปลายไปกว่านี้

อย่าให้บานปลายไปกว่านี้

01 ก.ย. 2556

อย่าให้บานปลายไปกว่านี้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2556

               กลุ่มเกษตรกรสวนยางและปาล์มน้ำมันยังคงปักหลักชุมนุมปิดเส้นทางบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ ถ.สายเอเชีย หมายเลข 41 โดยนำท่อนไม้และรถบรรทุกมาปิดกั้นทางเข้า-ออกตลอดทั้ง 4 เส้นทาง ส่วนทางตัดรถไฟบ้านตูล ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มีการนำรถบรรทุกคอนเทนเนอร์และรถยนต์บรรทุก 18 ล้อมาจอดขวางทางรถไฟเช่นเดิมเป็นเวลาร่วมสิบวัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับประกันราคายางกิโลกรัมละ 100 บาท โดยมีแนวร่วมชาวสวนยางหลายจังหวัดในทั่วภูมิภาคให้การสนับสนุน รวมทั้งชาวสวนยางภาคใต้ตอนล่างทยอยมาสมทบตามที่ได้ประกาศจะชุมนุมใหญ่ปิดถนนสายหลักทั่วประเทศในวันที่ 3 กันยายนนี้อย่างต่อเนื่อง

               แม้รัฐบาลจะยื่นคำขาดไม่เอาด้วย โดยอ้างราคายางในตลาดโลกกิโลกรัมละ 75 บาท พร้อมทั้งใช้ยุทธการปลาแยกน้ำโดยจัดสรรงบประมาณ 5,000 ล้านบาท ออกมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตต่อไร่ 1,260 บาท สำหรับชาวสวนที่มีพื้นที่ปลูกยางไม่ถึง 10 ไร่ ทำให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มเกษตรกรในภาคเหนือและภาคอีสานออกมายอมรับการช่วยเหลือนี้ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พอใจ ซึ่งได้แก่เกษตรกรที่ปลูกยางบนที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก เฉลี่ยร้อยละ 50 ของชาวสวนยางทั้งหมดในอีสานยังคงยืนยันว่าจะเดินหน้าร่วมชุมนุมปิดถนนตามแผนเดิม ถ้ารัฐบาลไม่รีบให้ความชัดเจนอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

               นั่นแสดงความการเจรจาระหว่างตัวแทนภาครัฐกับกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางยังไม่สัมฤทธิผล รัฐบาลยังไม่สามารถหาทางออกให้แก่ผู้ที่ยังไม่พอใจได้ ที่สำคัญรัฐบาลใช้แนวทางทางการเมืองเข้ามาแก้ไขปัญหาการชุมนุมมากกว่านำความเดือดร้อนของพวกเขาขึ้นมาเป็นตัวตั้งสำหรับให้บรรลุเป้าหมายในการคลี่คลายปัญหา รัฐบาลส่งตัวแทนที่ไร้อำนาจเข้าไปเจรจากับแกนนำกลุ่มเกษตรกรชาวสวนที่ใกล้ชิด แล้วอ้างว่าตกลงกันได้ พร้อมทั้งโยนบาปให้กลุ่มที่ไม่พอใจว่าเป็นคนนอกพื้นที่สร้างความตึงเครียดแก่ผู้ชุมนุม สุดท้ายระบุเป็นม็อบการเมืองที่มีนักการเมืองในพื้นที่หนุนหลังเพื่อต้องการโค่นล้มรัฐบาลไปเสียฉิบ

               ปัญหาราคายางตกต่ำนั้น มีมาต่อเนื่องตลอด 2 ปี และชาวสวนก็เรียกร้องต่อรัฐบาลมาโดยตลอด แต่มาตรการเยียวยากลับไม่มีประสิทธิภาพ ซ้ำร้ายการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลต่อการอุ้มราคาข้าวหรือชาวนาด้วยการเดินหน้าแทรกแซงกลไกตลาด ทำให้ต้องสูญเสียเม็ดเงินมหาศาลจากการขาดทุน มิหนำซ้ำยังเกิดการทุจริตจำนวนมาก เงินไม่ได้ถึงมือชาวนาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้เกิดความรู้สึกสองมาตรฐาน ซึ่งต่อไปก็จะมีปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารประเทศจะต้องทบทวนนโยบาย โดยเฉพาะการใช้เงินหว่านโดยไม่สามารถแก้ปัญหาเกษตรกรแบบยั่งยืนได้

               การปิดถนนแม้สร้างผลกระทบในวงกว้าง แต่การใช้กำลังเพื่อเข้าไปสลายจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เราไม่อยากเห็นรัฐบาลใช้มาตรการรุนแรงในการแก้ไขปัญหา เพราะจะทำให้เหตุการณ์บานปลายขยายวงกว้างขึ้นไปอีก และยังเปิดโอกาสให้มือที่สามเข้าผสมโรงสุมไฟถึงขั้นเลือดตกยางออก คนไทยด้วยกันเองต้องเผชิญหน้าห้ำหั่นกันเหมือนในอดีต จึงเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องรีบเข้าไปดับไฟด้วยหลักคุณธรรมและจริยธรรมก่อนที่ความเสียหายจะบานปลายออกไปมากกว่านี้