คอลัมนิสต์

ข้อดี-ข้อเสียด้านใดดีกว่ากัน

ข้อดี-ข้อเสียด้านใดดีกว่ากัน

29 ส.ค. 2556

ข้อดี-ข้อเสียด้านใดดีกว่ากัน : บทบรรณาธิการประจำวันที่29ส.ค.2556

            กรณีกระทรวงยุติธรรมได้ออกมาเสมือนโยนคำถามต่อสังคมเรื่อง การยกเลิก "ใบกระท่อม" จากยาเสพติดประเภท 5 แล้วให้สถานะเป็นสมุนไพร และยกข้อดี เพื่อใช้ใบกระท่อมเป็นสิ่งทดแทนการเสพยาเสพติดชนิดอื่นในการบำบัดผู้เสพ และใช้เป็นการสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดระบาดมากขึ้น เพราะปัจจุบันสังคมไทยมีปัญหายาเสพติดและแนวโน้มจำนวนผู้ติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากปัญหาครอบครัวและปัญหาอื่นๆ จำนวนมาก ดังนั้นหากมีตัวเลือกอื่นที่สามารถเบี่ยงเบนจากการยาบ้าหรือยาเสพติดที่รุนแรงกว่าได้ อาจเป็นเรื่องที่ครอบครัวและสังคมยอมรับได้ดีกว่า พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่อนุญาตให้สูบกัญชาได้ในร้านกาแฟ และยังให้เหตุผลด้วยว่า ใบกระท่อมไม่มีฤทธิ์รุนแรง เป็นพืชท้องถิ่นที่คนใช้เพื่อเพิ่มความขยันขันแข็ง

            พืชกระท่อม (Mitragynia speciosa korth) เป็นไม้ผลัดใบเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในประเทศไทยมีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคและเคี้ยวหรือต้มแทนใบชา โดยมีความเชื่อว่าทำให้ทำงานได้มากขึ้น จากการวิจัยพบว่า ใบกระท่อมออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทั้งกระตุ้นและกดประสาทแล้วแต่จำนวนปริมาณที่ได้รับและสามารถบรรเทาอาการปวดได้มากกว่ามอร์ฟีน แม้จะดูเหมือนว่า ใบกระท่อมไม่รุนแรงและมีผลประโยชน์ต่อผู้ใช้ แต่ก็มีงานวิจัยพบว่า หากใช้ต่อเนื่องก็นำไปสู่ภาวะเสพติดได้ แต่อาการหยุดใช้จะไม่รุนแรงก็ตาม ซึ่งผลการวิจัยของ ป.ป.ส.พบว่า ยังไม่เคยมีรายงานผู้เสพติดกระท่อมก่อปัญหาอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุเหมือนที่ได้รับรายงานกรณีผู้เสพติดยาบ้า

            ในทางกฎหมาย ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.2486 เป็นครั้งแรก แต่ยังอนุญาตให้ใช้ในการประกอบโรคศิลปะได้ โดยให้ขอใบอนุญาตเป็นกรณีไป ต่อมา พ.ศ.2522 มีการยกเลิกโดยกำหนดให้กระท่อมเป็นยาเสพติดประเภท 5 แม้โทษของการครอบครองเพื่อจำหน่ายจะไม่หนักเท่ายาเสพติดประเภทอื่น เมื่อพิจารณาประเทศอื่นพบว่า มีหลายประเทศกำหนดให้กระท่อมเป็นสารเสพติด เช่น ออสเตรเลีย อยู่ในบัญชีสารเสพติดประเภทที่ 9 ระดับการควบคุมสูงสุด และมีประเทศต่างๆ ออกกฎระเบียบเพิ่มมากขึ้น โดยให้เหตุผลว่า พืชชนิดนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ขณะที่ของไทยทางหน่วยงานได้ขยับหารือ ทั้ง อย.และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อถอดออกจากบัญชียาเสพติด ทั้งที่งานวิจัยด้านประโยชน์และโทษยังไม่ชัดเท่าที่ควร

            ตามสถิติประเทศไทยในระยะหลังมีการจับกุมการลักลอบจำหน่ายและขนใบกระท่อมแต่ละปีรวมกันแล้วนับหลายสิบตัน และยังมีสถิติการระบาดของใบกระท่อมในหมู่กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและนักเรียน เพราะมีราคาถูกและอาการเคลิบเคลิ้มเช่นเดียวกับยาเสพติดชนิดอื่น อีกทั้งมีการดัดแปลงนำน้ำต้มใบกระท่อมไปผสมเครื่องดื่มน้ำอัดลมและยาแก้ไอ เรียกว่า สี่คูณร้อย หากมีการถอนออกจากประเภทยาเสพติดมาเป็นสมุนไพร จึงมีคำถามว่า จะควบคุมไม่ให้ระบาดได้แค่ไหน ขณะที่เป็นสิ่งผิดกฎหมายยังมีการแพร่หลายกันขนาดนี้ และที่ตั้งเป้าว่าจะมาช่วยยับยั้งไม่ให้ปริมาณผู้เสพยาเสพติดอื่นเพิ่มขึ้นนั้น ก็ไม่แน่ชัดว่าจะสำเร็จผลจริงหรือไม่ ดังนั้นภาครัฐต้องมีหลักเกณฑ์ งานวิชาการ และความเห็นจากทุกภาคส่วนมาประกอบ ชั่งสิ่งดีและโทษให้มีความชัดเจนจริงๆ ถึงตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง