คอลัมนิสต์

เสี่ยงเพื่อสวย

เสี่ยงเพื่อสวย

25 ส.ค. 2556

เสี่ยงเพื่อสวย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 25 ส.ค.2556

              เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผู้ที่รักสวยรักงามทั้งหญิงและชายที่มักนิยมแต่งเติมเสริมองค์เพิ่มขนาดของตัวเองให้อึ๋ม โดยการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย เมื่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เกี่ยวกับการศัลยกรรมตกแต่ง การเสริมสวยและการโฆษณา เตรียมออกประกาศห้ามการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ที่ไม่สลายตัว ไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนเหลวในรูปแบบของ ไบโอพลาสติก พาราฟิน หรือสารอื่นๆ ที่ไม่สลายตัว เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แม้ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกรายก็ตาม ถือเป็นการประกาศครั้งแรกของประเทศไทย โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการแพทยสภาในวันที่ 12 กันยายนนี้

              คณะอนุกรรมการฯ ได้ยกรายงานของสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทย พบว่า ภายหลังการฉีดได้ก่อให้เกิดผลเสียมากมาย นอกจากไม่ได้ทำให้สวยขึ้นแล้วยังมีการอักเสบ โดยเฉพาะในส่วนของใบหน้ามีจำนวนมากที่เกิดปัญหา หลังการฉีดซิลิโคน 1-2 ปีแรก การฉีดจะสวยและเข้าที่ แต่หลังจากนั้น 3-5 ปีจะเริ่มแสดงผลการทำลายเนื้อเยื่อใต้เซลผิวหนัง ซึ่งจะมีอาการต่างๆ ตั้งแต่การเกิดอาการบวม อักเสบ การติดเชื้อ มีผื่นแดง ผิวขรุขระ ใบหน้าบิดเบี้ยว และจะเริ่มคลำพบเนื้องอกก่อให้เกิดมะเร็งได้ มีคนไข้จำนวนมากที่เข้ารับการรักษาจากการฉีดซิลิโคนเหลว โดยต้องมีการผ่าตัดนำซิลิโคนเหลวใต้ผิวหนังออก บางรายติดเชื้อรุนแรงถึงขนาดเอาชีวิตไปทิ้งไว้คามือหมอเถื่อนและคลินิกเถื่อนก็มาก

              ปัจจุบันการนำเข้าซิลิโคนเหลวไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่แล้ว ดังนั้นการบริการฉีดซิลิโคนเหลว ไม่ว่าที่ใดถือว่ามีความผิดทั้งหมด แต่ที่ผ่านมามีผู้ที่ลักลอบนำเข้าและฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยผู้ฉีดมีทั้งแพทย์และไม่ใช่แพทย์ เนื่องจากเม็ดเงินในอุตสาหกรรมความสวยความงามนี้มีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี แลกกับความผิดตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2531 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 250,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นการออกประกาศยกเลิกการฉีดซิลิโคนเหลวนี้ จะมีผลเพื่อเป็นการเตือนและให้ความรู้แก่ประชาชนที่จะไปรับการฉีดสารเติมเต็มว่า สารที่ฉีดนี้เป็นสารอะไร ได้รับการรับรองจาก อย.หรือไม่

              การใช้สารฉีดเพื่อเสริมความอวบอิ่ม (Soft Tissue Fillers) ทางการแพทย์มีการเตือนมานานหลายสิบปีแล้วว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย แม้จะไม่ใช่ทุกรายที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อยที่ภายหลังการฉีดแล้วไม่มีอาการใดๆ และที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยก็มีอยู่หลายตัว แต่สารเหล่านี้ก็มักจะมีราคาต้นทุนแพงกว่าซิลิโคนเหลว รวมทั้งเทคนิคการเสริมก็ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ ต้องมีความรู้ทางการแพทย์และประสบการณ์ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมของหมอเถื่อนเท่าการฉีดซิลิโคนเหลว ที่สำคัญหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง อย. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตำรวจ บก.ปคบ. ควรตื่นตัวให้ทันสถานการณ์ร่วมกันกวาดล้างคลินิก สถานพยาบาลเถื่อนที่ไม่มีแพทย์อยู่ประจำ หรือใช้โรงแรมหรือรถตู้เป็นช่องทางทำมาหากิน รวมถึงตรวจตราการนำเข้าสารต่างๆ อย่างผิดกฎหมายอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้คนไทยตกป็นเหยื่อของการรักสวยรักงามที่ไม่ถูกกฎหมายเหล่านี้