คอลัมนิสต์

คุม'ถังแก๊ส-ยูเรีย-ซิม'ช่วงถกบีอาร์เอ็น

คุม'ถังแก๊ส-ยูเรีย-ซิม'ช่วงถกบีอาร์เอ็น

22 ส.ค. 2556

คุม'ถังแก๊ส-ยูเรีย-ซิม'ช่วงถกบีอาร์เอ็น : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

             แม้ว่าจะผ่านพ้นเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนมาแล้ว แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงก็ยังคงเกาะติดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการข่าวของหน่วยงานความมั่นคงมีการประเมินสถานณ์ว่า เหตุความรุนแรงในพื้นที่จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจจะถึงขั้นรุนแรงมากกว่าเดิม หลังสืบทราบว่ากองกำลังทหารของกลุ่มอาร์เคเค เตรียมที่จะปฏิบัติการยึดพื้นที่ในหลายจุด เพื่อหวังล้มโต๊ะเจรจาพูดคุยระหว่าง "สมช.-บีอาร์เอ็น"

             โดยเฉพาะการนำวัตถุระเบิดมาเชื่อมต่อกับถังแก๊สเพื่อหวังผลอานุภาพความรุนแรงในพื้นที่ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานด้านความมั่นคงจะพยายามเข้าไปแก้ไขปัญหาในการเพิ่มปริมาณของถังแก๊สที่มากในช่วงระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดหน่วยงานด้านมั่นคงเตรียมที่จะเสนอรัฐบาลในการควบคุมการผลิตของถังแก๊สที่นำไปใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเห็นถังแก๊สคือจุดอ่อนในการควบคุมในช่วงที่ผ่าน

             การเดินหน้าในการควบคุมในครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บังคับการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรววจแห่งชาติ ส่วนหน้า กล่าวว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจะดำเนินการ 2 ส่วน คือ 1.การควบคุมถังแก๊สเพื่อให้การดำเนินการประกอบระเบิด และการวางระเบิดทำได้ยากมากขึ้น รวมถึงการเข้าพื้นที่ในจุดต่างๆ หรือการศึกษาเส้นทางของท่อลอดที่คนร้ายจะนำระเบิดมาวาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบก็จะทำการปิดท่อลอด หรือทำตาข่ายปิดท่อลอดต่างๆ และ 2.การประกอบระเบิดเข้ากับถังแก๊สทำได้ยากขึ้น คือ การควบคุมคอนเทนเนอร์ ถังแก๊ส เหล็กเส้นต่างๆ ถึงแม้กระทั่งแผ่นเหล็กที่นำมาประกอบระเบิดที่เป็นแบบกล่อง รวมถึงสารระเบิดชนิดต่างๆ

             "ในอนาคตจะมีการควบคุมมากขึ้น เพื่อที่จะลดเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้หากเราสามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้อย่างครอบคลุมการก่อเหตุ หรือการประกอบระเบิดก็จะทำได้ยากขึ้น จะต้องประสานงานกับทางโรงงานในการที่จะให้มีการตอกซีรีส์นัมเบอร์มาตั้งแต่โรงงานผลิต และสินค้าต่างๆ ที่ใช้ประกอบระเบิดรวมถึงซิมโทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร ทาง กอ.รมน. ต้องขอความร่วมมือควบคุมสินค้า ว่าใครที่มาซื้อจะต้องมีรายละเอียดให้ชัดเจน"

             รองผู้บังคับการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรววจแห่งชาติ ส่วนหน้า กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่จะบ่งชี้ว่าถังแก๊สที่คนร้ายนำมาก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นถังแก๊สจากต่างประเทศ เนื่องจากเศษชิ้นส่วนที่เราตรวจพบในเหตุวัตถุระเบิดทุกเหตุเป็นเศษชิ้นส่วนที่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพียงแต่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นถังแก๊ส ถังน้ำยาเคมี และเรามีการขยายผลจากถังแก๊สไปยังบริษัทผู้ผลิตเพื่อให้มีการขยายผลไปถึงตัวแทนผู้จำหน่ายในพื้นที่ 3 จังหวัด

             ในอนาคตการจำหน่ายไปที่ไหนอย่างไรบ้าง ผู้ที่ซื้อถังแก๊สจะต้องแสดงบัตรประชาชน และจะต้องระบุว่าใครเป็นผู้ซื้อด้วย เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ

             พล.ต.ต.สุชาติ ยอมรับว่า นอกจากควบคุมถังแก๊สแล้ว ปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิดซื้อในเมืองไทยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้การจุดชนวนระเบิดด้วยแค็ปไฟฟ้าจะใช้ไส้หลอดไฟเป็นตัวจุดระเบิด และใช้หลอดปากกาเมจิก ส่วนดินระเบิดก็ใช้จากดอกไม้เพลิงมาผสมกับปุ๋ยยูเรียโพแทสเซียม ยาฆ่าหญ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความรุนแรง โดยภาชนะที่นำมาใช้จะต้องอัดชิ้นส่วนต่างๆ ให้แน่น เมื่อแน่นมากเท่าไหร่จะยิ่งทำให้แรงระเบิดมีมากเท่านั้น

             สำหรับการประกอบวัตถุระเบิดส่วนใหญ่จะใช้ในพื้นที่ชายแดน และวิธีการวางระเบิดของกลุ่มบีอาร์เอ็นกับกลุ่มพูโลไม่ค่อยแตกต่างกัน เพราะวิธีการประกอบวัตถุระเบิดก็ใกล้เคียงกัน โดยการฝึกของแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับความถนัด ทั้งมีความถนัดในเรื่องวิทยุสื่อสารเป็นตัวจุดชนวน หรือ การใช้โทรศัพท์ด้วยการลากสายไฟ การตั้งเวลา โดยมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน สำหรับครูที่ฝึกสอนเป็นคนต่างประเทศ เรียนแค่ 3 วันก็ประกอบได้แล้ว โดยคนที่ไปเรียนอายุระหว่าง 17-18 ปี

             ทั้งนี้ การต่อวงจรระเบิดกับวิทยุสื่อสาร คนร้ายจะใช้วิธีจะต่อทิ้งระยะให้ห่างจากจุดเกิดเหตุ เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะปิดล้อมจับกุมคนร้ายได้ทัน นอกจากนี้คนร้ายยังมีการใข้รหัสคีย์โทนล็อก เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดกับส่วนขยายผลมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่การดำเนินการขึ้นอยู่กับพิกัดและภูมิประเทศว่าเป็นจุดอับหรือไม่

             ทางศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า เสนอเรื่องไปยัง กอ.รมน. การควบคุมถังแก๊สในช่วงเดือนตุลาคมนี้


.....................

(หมายเหตุ : คุม'ถังแก๊ส-ยูเรีย-ซิม'ช่วงถกบีอาร์เอ็น : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)