
ตร.พ่อนักข่าวไอเอ็นเอ็นถูกโจ๋รุมตีสลบ
โจ๋ขอนแก่นกระหน่ำตีตำรวจทางหลวง พ่อนักข่าวไอเอ็นเอ็น หลังออกเวรสายตรวจประจำวัน ขณะขับ จยย.กลับบ้าน ชิงทรัพย์ นาฬิกา แหวน และเงินสด หลบหนี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 มิ.ย. ด.ต.จำลอง นาทันริ ผบ.หมู่ ฝ่ายปฎิบัติการ ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล ขอนแก่น บิดา ของ นายจักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวไอเอ็นเอ็น ประจำจังหวัดขอนแก่น เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น หลังถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ที่ตั้งวงดื่มสุรา อยู่ริมถนนสายเลี่ยงเมือง -อุดรธานี เส้นทางลัดตัดผ่านเข้า บ.โนนเรือง -บ.โคกสี รอยต่อ ต.บ้านค้อ และ ต.สำราญ ใช้เท้าถีบรถจักรยายนต์จนล้ม ก่อนที่จะใช้เท้าเหยียบเข้าที่หน้าอกและรุมซ้อมเพื่อหวังปล้นทรัพย์
ด.ต.จำลอง นาทันริ ผบ.หมู่ ฝ่ายปฎิบัติการ ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล ขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากออกเวรสายตรวจและสิบเวร ประจำวัน ในช่วงเย็นของวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ รุ่นแสมช สีแดง หมายเลขทะเบียน กบธ-334 ขอนแก่น ซึ่งแต่งเครื่องแบบครึ่งท่อน โดยมีกระเป๋าสะพายที่มีอาวุธปืนของทางราชการติดตัวไปด้วย ในขณะที่ขับรถอยู่พบเห็นกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งวงดื่มสุราอยู่ริมถนนสายดังกล่าวหน้าโรงเรียนบ้านโคกสี ต.สำราญ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่น ทั้ง 4 คน ได้เดินออกมาจากยืนขวางถนนก่อนที่จะใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์จนล้มลง แล้วกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คนก็วิ่งเข้ามารุมทำร้ายร่างกายโดยไม่ได้ตั้งตัว
"ผมได้บอกกับกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คนว่าเป็นตำรวจแต่กลุ่มวัยรุ่นไม่เชื่อ พร้อมทั้งรุมซ้อมก่อนที่จะยกมือไหว้เพื่อร้องขอชีวิต กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดจึงถอดเอานาฬิกา โรเล๊กซ์ 1 เรือน แหวนทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าประมาณ 20,000 บาท ก่อนที่จะหลบหนีไป "
ด.ต.จำลอง กล่าวว่า เมื่อตั้งสติได้ขับรถจักรยายนต์เพื่อกลับบ้าน แต่กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดยังขับรถจักรยายนต์ไล่ตามก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านโนนแต้ ต.สำราญ เพียง 1 กิโลเมตร กลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถจักรยานยนต์ตามมาได้ก่อนใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้าที่บริเวณกลางหลัง ทำให้เสียหลักรถล้มลงอีกครั้ง แล้วกลุ่มวัยรุ่นก็ลงจากรถกระหน่ำตีแบบไม่ยั้ง จนสลบคารถจักรยายนต์ เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พยายามที่จะตั้งสติ แล้วขับรถจักรยายนต์กลับบ้าน เพื่อให้ญาตินำส่ง โรงพยาบาลขอนแก่น
“เส้นทางสายดังกล่าวเป็นเส้นทางที่มีผู้คนสัญจรไปมามาก แต่ในวันที่เกิดเหตุไม่มีรถขับผ่านมา ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเหิมเกริมลงมือกับผมอย่างไม่ยั้ง ทั้งๆที่ผมบอกไปแล้วว่าเป็นตำรวจทางหลวง และมีบ้านพักในเขตตำบลสำราญ และสนิทสนมกับผู้นำชุมชนแถวนี้เป็นอย่างดี แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ไม่สนใจ” ด.ต.จำลอง กล่าวและว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก และเป็นช่วงเวลาเย็นหลังเลิกงานซึ่งถ้าเกิดกับประชาชนคงจะเป็นอย่างไร อีกทั้งการกลับมารุมทำร้ายร่างกาย เนื่องจากลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดที่เชื่อว่าเมื่อเปิดดูในกระเป๋าสตางค์และพบบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงเชื่อใจว่าเป็นตำรวจจึงหมายที่จะเอาชีวิตเพื่อปิดบังคดี โดยกระหน่ำตีตามร่างกายจนมึนไปหมด ก่อนที่จะปล้นทรัพย์เอานาฬิกา แหวนทองคำและเงินสด
"สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นผมอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เพราะเกรงว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนอื่นๆ อีก" ผู้เสียหาย ระบุ
ด้าน พ.ต.อ.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่นกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นคดีอุจฉกรรจ์ เกิดขึ้นเองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้มอบหมายให้ งานป้องกันและปราบปรามและงานสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวและเร่งจับกุมวัยรุ่นที่ร่วมขบวนการทั้งหมดมาอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ได้เบาะแสว่าเป็นวัยรุ่นใน พื้นที่ บ้านโคกสี ต.สำราญ และหมู่บ้านใกล้เคียงซึ่งหลังเกิดเหตุยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ทำให้ต้องระดมกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเร่งติดตามจับกุม และจากการสอบปากคำผู้เสียหายที่ให้การที่เป็นเบาะแสได้มาก จึงทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ง่ายขึ้นในระดับหนึ่ง ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้โดยเร็ว อีกทั้งเรื่องดังกล่าวนี้อยู่ในความสนใจของผู้บังคับบัญชาในระดับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและตำรวจภูธรภาค 4



