คอลัมนิสต์

ปลายทางของ'ความโกลาหล'

ปลายทางของ'ความโกลาหล'

20 ส.ค. 2556

ปลายทางของ'ความโกลาหล' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

                สภาพบ้านในช่วงนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดความโกลาหลที่ไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นอย่างจงใจ หรือเป็นเรื่องบังเอิญ

               จากเดิมที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่า รัฐบาลจะกล้าผลักดันเรื่องร้อนๆ ที่ผู้คนในสังคมส่วนหนึ่งต่อต้านเข้าไปพิจารณาในสภาจริงหรือไม่

               แต่ในที่สุดร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ก็เข้าพิจารณาและผ่านวาระแรก โดยเสียงส่วนใหญ่มีมติรับหลักการไปเรียบร้อยแล้ว

               เรื่องร้อนถัดไปก็คือ กฎหมายอนุญาตให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ก็น่าเชื่อว่า "ดัน" สุดลิ่มแน่ๆ

               แต่ท่ามกลางเสียงคัดค้านอันผิวแผ่วของม็อบสารพัดชื่อที่ยังรวมกันได้ไม่ติด เพราะไปติดที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่รัฐไม่สนว่าจะรอให้เกิดเรื่องเสียก่อนตามมาตรา 5 ของกฎหมายฉบับนี้ ประกาศบังคับใช้ในพื้นที่ครอบคลุมรัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล ก็ทำให้ความเคลื่อนไหวคึกคักอยู่แต่ในจุดอับ

               จังหวะนั้น รัฐบาลก็ยังอุตส่าห์ประกาศจัดตั้งสภาปฏิรูปการเมือง ส่งเทียบเชิญไปยังอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภาและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้มาร่วมกันหาทางออกให้แก่ประเทศ

               ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า คนภายนอกเขาไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นความจริงใจ หากแต่เป็นเกม เป็นหมากตัวหนึ่งเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายที่น่าเชื่อว่า ถูกซุกซ่อนเอาไว้

               เอาแค่ถ้อยแถลงของ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องการจัดเวทีปฏิรูปการเมือง ซึ่งจะจัดครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ก็ยังบอกว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะอยู่ร่วมเวทีเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น สื่อมวลชนก็เข้าไปสังเกตการณ์ได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว

               ไม่มีการถ่ายทอดสด ไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ของ นายกฯ ว่าจะปฏิรูปอย่างไร บ้านเมืองควรจะไปในทิศทางไหน

               แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับเวทีปฏิรูปการเมือง ว่ามีขึ้นเพราะ/เพื่อ อะไร

               เพียงแต่ว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ที่เมฆหมอกเริ่มกระจ่างปรากฏการณ์ช็อกเล็กๆ ในสังคมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะนิรโทษกรรมอย่างไร ครอบคลุมใครบ้าง แกนนำ หรือคนสั่งการ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้อานิสงส์ไปด้วยหรือไม่ และเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะเอาหรือยัง

               ระหว่างความสับสนนั้น พรรคเพื่อไทยก็ประกาศว่า เมื่อถึงกำหนดวันพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ (20 สิงหาคม) ก็จะเสนอให้แก้ไขในเรื่องของที่มาของ วุฒิสภาเพียงร่างเดียว ส่วนมาตรา 190 มาตรา 68 และมาตรา 237 ที่ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะทำได้หรือไม่นั้น เอาไว้ก่อน

               นี่ต้องเรียกว่า ท่ามกลางความโกลาหล เรื่องใหญ่ก็โผล่พรวดขึ้นมาเลยทีเดียว !

               ท่านผู้รู้บอกว่า "ความโกลาหล" ในทฤษฎีความโกลาหล ก็คือ ปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนว่าเกิดขึ้นอย่างสะเปะสะปะ แต่ที่จริงแล้วแฝงไปด้วยความเป็นระเบียบ

               ขณะที่ความสำคัญของการแก้ไขที่มาของ วุฒิสภา ก็เพราะอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาที่ทำหน้าที่ทั้งกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบและแต่งตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

               หากคุมวุฒิสภาได้ องค์กรอิสระก็ย่อมอยู่ในกำมือ

               ยกเลิก ส.ว.สรรหา ยกเลิกกฎเหล็กที่กวนใจห้ามเครือญาติลงสมัครรับเลือกตั้ง... เท่านี้ก็จบ !

               ถ้านับเอาฐานเสียงการเมืองในขณะนี้ ก็มีแนวโน้มว่า เมื่อใดที่แก้ไขที่มาของวุฒิสภาได้สำเร็จ และมีผลบังคับใช้ พรรคเพื่อไทยจะกวาดทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเลยทีเดียว

               ความโกลาหลที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระเบียบโดยรู้ว่า "จุดคานงัด" นั้นอยู่ที่ใด เวลาใด แล้วจัดการงัดในจังหวะนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นย่อมรุนแรงและเป็นวงกว้าง ยากที่อีกฝ่ายจะเดินหมากตามทัน

               เรื่องนี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

               แต่กำลังเพียงเท่านี้จะทำอะไรได้เล่า?

               วิทยา แก้วภราดัย แกนนำฝ่ายค้านถึงกับรำพันให้ผู้สื่อข่าวได้ยินเมื่อวันก่อนว่า "เกมในสภาเราแพ้"

               นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจลงไปเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา

               ตั้งธงเอาในเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

               ถึงกับประกาศกันเลยว่า พี่น้องประชาชนชาวสวนยางทั่วประเทศมีปัญหาที่ไหนก็พร้อมไปร่วมชุมนุม

               หันไปมองกองทัพที่ก่อนหน้านี้ยังเกรงว่า อาจจะขยับรุนแรง ถ้าหากก้าวย่างผิดพลาด แต่เอาเข้าจริง หลังการประกาศของผู้นำกองทัพคนสำคัญอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่บอกว่า พ.ร.ก.นิรโทษกรรมไม่เกี่ยวกับกองทัพ และหากเรื่องนี้มีการนำไปพิจารณากันในสภาก็ถือเป็นไปตามครรลอง... เกมในสภาถึงได้เริ่ม และเร่งร้อน

...............................


(หมายเหตุ  : ปลายทางของ'ความโกลาหล' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)