คอลัมนิสต์

ฉุน'โจร'ฉกทรัพย์เดือนเดียว11ครั้งขึ้นคัตเอาท์-ตร.รวบทันควัน

ฉุน'โจร'ฉกทรัพย์เดือนเดียว11ครั้งขึ้นคัตเอาท์-ตร.รวบทันควัน

20 ส.ค. 2556

ฉุน'โจร'ฉกทรัพย์เดือนเดียว11ครั้งขึ้นคัตเอาท์ประชด-ตร.รวบทันควัน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

              “ประกาศเตือนภัยชาวบ้าน มันเอาหมด ละแวกนี้มีโจรขโมยเข้าบ้านมาหลายครั้ง เจ้าของบ้านอยากได้ประตูห้องน้ำคืนด่วน ผู้ใดชี้เบาะแสมีรางวัลอย่างงาม เพราะเจ้าของบ้านทุกข์ทรมาน"

              นี่คือ ข้อความบนป้ายไวนิลคัตเอาท์ขนาดใหญ่ 2.40x4.80 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่หน้าบ้านของ นายสถาพร วันคง อายุ 44 ปี เจ้าของสุพรรณเบิร์ดฟาร์ม และเลขาธิการสมาคมกีฬาทางอากาศสุพรรณบุรี

              นายสถาพร เปิดเผยใน "รายการโรงพักระวังภัย" ว่า สาเหตุที่ติดป้ายขนาดใหญ่ที่หน้าบ้าน เพื่อเตือนชาวบ้านให้ระวังทรัพย์สิน และประชดโจร เพราะตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ จึงต้องใช้วิธีนี้ ที่ผ่านมาระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ขโมยเข้าบ้านถึง 11 ครั้ง ทั้งที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบบริเวณบ้านจำนวน 13 ตัว

              ครั้งแรกวันที่ 18 กรกฎาคม ลักสายยางยาว 50 เมตร ครั้งที่ 2 ลักโอ่งมังกร ครั้งที่ 3 บันไดอะลูมิเนียม 9 ขั้น ครั้งที่ 4 เฟอร์นิเจอร์ไม้ 7 ตัว ครั้งที่ 5 งัดห้องนอนขโมยโทรทัศน์แอลซีดีขนาด 32 นิ้ว 1 เครื่อง ครั้งที่ 6 บานประตูห้องน้ำ ครั้งที่ 7 กล้องวงจรปิด 1 ตัว ครั้งที่ 8 กระทะทองเหลือง ครั้งที่ 9 หัวเตาแก๊สทองเหลือง ครั้งที่ 10 กล้องวงจรปิด 3 ตัว และครั้งที่ 11 ลักนกหัวจุกไปอีก 3 กรง รวมนก 3 ตัว

              "ผมไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนประมาณ 4-5 ครั้ง แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ทั้งๆ ที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายสวมไอ้โม่งทุกครั้งที่ก่อเหตุ คิดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกัน สวมไอ้โม่งเข้ามาช่วงเวลาประมาณตีสาม โดยปีนรั้วข้างบ้าน แล้วซุ่มรอโอกาสอย่างใจเย็นอยู่ใต้ถุนบ้าน"

              "ทีมข่าวอาชญากรรม" ลงพื้นที่ตรวจสอบได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี (ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี) กล่าวว่า การขึ้นคัตเอาท์เป็นสิทธิพลเมืองของผู้ได้รับความเดือดร้อน สำหรับบ้านที่เกิดเหตุไม่มีคนอาศัยอยู่ มีเพียงยามที่คอยดูแลวัสดุอุปกรณ์เท่านั้น บริเวณที่คนร้ายเข้าไปขโมยของจึงไม่ได้เดินไปตรวจตรา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุตำรวจได้ลงพื้นที่สืบสวนและสอบปากคำผู้ต้องสงสัยหลายราย แต่ทุกคนปฏิเสธและให้การซัดทอดนายรติพงษ์ หรือติ เศวภีย์ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลออกหมายค้น และควบคุมตัวมาสอบสวน เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่า เข้าไปขโมยทรัพย์ในบ้านหลังดังกล่าวจริง จากการตรวจค้นพบของกลาง 3-4 รายการ พร้อมทั้งติดตามยึดของที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้เกือบทั้งหมด

              "นายติยอมรับสารภาพว่า เข้าไปลักทรัพย์ในบ้านหลังดังกล่าว เพราะเห็นว่าไม่มีคนอยู่ในบ้าน เข้า-ออกง่าย พอไม่มีเงินก็เข้าไปขโมย เชื่อว่าหากยังจับนายติไม่ได้ คงเข้าไปขโมยจนหมดบ้านแน่ๆ แต่นายติรับสารภาพว่าเข้าไปลักทรัพย์ประมาณ 4-5 ครั้ง ไม่ใช่ 11 ครั้ง" พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ กล่าว

              ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตำหนิไปแล้วว่า ไม่ได้มีการสื่อสารให้ผู้เสียหายเข้าใจว่า เรากำลังดำเนินการอยู่ แม้ยังไม่สัมฤทธิ์ผล และในการประชุมคอนเฟอเรนซ์ได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 16 โรงพัก สื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน โดยยกเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่าง

              "ฝากไปถึงประชาชนด้วย ถ้าไม่มีใครอยู่บ้านให้แจ้งตำรวจหน่อย จะได้ส่งตำรวจแวะเวียนไปสอดส่องดูแลทรัพย์สิน" ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวทิ้งท้าย

....................


(หมายเหตุ : ฉุน'โจร'ฉกทรัพย์เดือนเดียว11ครั้งขึ้นคัตเอาท์ประชด-ตร.รวบทันควัน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)