คอลัมนิสต์

'นัดแรกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม'พท.-ปชป.เฉือนคม

'นัดแรกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม'พท.-ปชป.เฉือนคม

19 ส.ค. 2556

'นัดแรกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม' 'พท.-ปชป.'หักเหลี่ยมเฉือนคม : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

              ภาพ "หักเหลี่ยมเฉือนคม" สำหรับนัดแรกของการประชุม "คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ...."  ระหว่าง "กรรมาธิการ" ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านก็พอจะทำให้เดาทิศทาง "ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม" นัดต่อๆ ไปได้ไม่ยาก

              เพราะเพียงแค่นัดแรกของการประชุมเพื่อ "เลือกกรรมาธิการ" ดำรงตำแหน่งต่างๆ บรรยากาศก็ชิงไหวชิงพริบ ชนิดที่ "สื่อ" กว่า 30 แห่งที่มาเฝ้าติดตามการประชุมนัดนี้ พากัน "อมยิ้ม" เนื่องจากมีเพื่อนสมาชิกบางคน "รับมุกการเมือง" ของพรรคตัวเองไม่ทัน ต้องส่งสายตามาถาม "หัวหน้า" และ "พวกพ้อง" ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมถึงจะตามเกมของพรรคตัวเองทัน

              เมื่อเห็นบรรยากาศการประชุม "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" นัดแรกหากการประชุมยังมีลักษณะนี้ทุกครั้งก็พอคาดเดาได้ว่า "ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้" นอกจากจะไม่เป็นจุดเริ่มต้นของ "ความปรองดอง" แล้ว อาจจะยิ่งแยกขั้วการเมืองแบบเลือกข้างให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้นอีกต่างหาก

              การประชุมครั้งนี้กว่าจะเริ่มประชุมได้ก็กินเวลาไปนานพอสมควร เนื่องจากวันประชุมตรงกับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วาระสอง ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ที่เป็น "กรรมาธิการ" ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกห้องประชุม เพื่อไปร่วมลงมติ

              ดังนั้น "ที่นั่ง" ของสมาชิกช่วงแรกไม่รู้ว่าใครนั่งตรงไหน นอกจาก "สื่อ" ที่นั่งเฝ้าจับตามอง "กรรมาธิการ" แต่ละคนเมื่อเดินเข้ามาจับจองที่นั่งตั้งแต่รอบแรกและรอบสองหลังออกจากห้องประชุมเพื่อไปลงมติ

              จึงไม่แปลกที่จะเห็น "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ นั่งติดกับ "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ห้องประชุมจัดเป็นรูปเกือกม้า สมาชิกส่วนใหญ่นั่งสลับกัน แถวในเป็นกรรมาธิการรุ่นอาวุโสทางการเมือง หนึ่งในนั้น "อภิสิทธิ์" และ "พล.อ.สนธิ" นั่งรวมอยู่ด้วย แต่ทั้งสองคนแทบจะไม่มีการพูดคุยกัน

              การประชุมเริ่มจากให้ "สงวน พงษ์ณี" ทำหน้าที่ "ประธานชั่วคราว" เพื่อเลือก "ประธานกรรมาธิการ" ก่อนประชุม "บุญยอด สุขถิ่นไทย" ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดถึงการเข้ามานั่งเป็น "กรรมาธิการ" ของ "พล.อ.สนธิ" ที่มองว่า "พล.อ.สนธิ" เป็น "ส.ส.พรรคมาตุภูมิ" รวมอยู่ในสัดส่วนพรรคเล็กไม่ใช่คนนอกพร้อมให้แสดงสปิริตลาออก "สงวน" ตัดบทโดยให้เลือกประธานกรรมาธิการเสร็จสิ้นก่อน

              โดย "ประยุทธ์ ศิริพานิชย์" สัดส่วนกรรมาธิการ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อ "สามารถ แก้วมีชัย" ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ระหว่างนั้น "บุญยอด" ก็อภิปรายว่า การทำหน้าที่ของ "สามารถ" ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฯ ก็มีปัญหา ทำให้ "ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ" รองเลขาธิการนายกฯ ฐานะกรรมาธิการ ประท้วงพร้อมกับบอกว่า “คุณบุญยอด ก้าวร้าวมาก"

              ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย "สงวน" ได้ไกล่เกลี่ยพร้อมบอกว่า "วันนี้ถือว่าที่ประชุมได้รับรองคุณสามารถเป็นประธานกรรมาธิการแล้วขอให้คุณสามารถมานั่งตรงนี้ เพื่อเลือกตำแหน่งอื่นต่อไปจบแล้วค่อยพูดเรื่องอื่น" ระหว่างนั้นมีเสียงสมาชิกในห้องประชุมพูดขึ้นว่า "ไม่มีใครเสนอชื่ออื่นอีกหรือ?"

              จากนั้น "สามารถ" ได้เข้ามาทำหน้าที่ "ประธานกรรมาธิการ" ทำการเลือก "รองประธานกรรมาธิการ" โดย "นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ "ประยุทธ์ ศิริพานิชย์" เป็น "รองประธานกรรมาธิการคนที่ 1" ระหว่างนั้น "ธนา ชีรวินิจ" ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ได้เสนอ "ถาวร เสนเนียม" เป็นรองประธานคนที่ 2 พร้อมกับหารือที่ประชุมเมื่อประธานมาจากเสียงข้างมากจึงอยากเสนอให้รองประธานคนที่ 1 เป็นตัวแทนจากฝ่ายค้าน

              แต่ "ขจิตร ชัยนิคม" ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วย พร้อมบอกว่า ปกติการทำกฎหมายคนที่เป็นประธานถือเป็นตัวแทนในส่วนของคณะรัฐมนตรี ต่อจากนั้นเป็นโควตาของพรรค ดังนั้นรองประธานคนที่ 1 ควรเป็นพรรคเพื่อไทย เพราะมีจำนวนกรรมาธิการมากกว่า จากนั้น "ธนา" กล่าวว่า การทำหน้าที่ของกรรมาธิการถือเป็นส่วนนิติบัญญัติ จึงขอถามประธานว่าเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี และรองประธานถือเป็นตัวแทนของพรรครัฐบาลใช่หรือไม่

              "สามารถ" รีบปฏิเสธ พร้อมบอกว่า นั่นคือความเข้าใจของนายขจิตร จากนั้น "ประยุทธ์ ศิริพานิชย์" ได้เสนอที่ประชุมให้โหวต ทำให้ "วิรัช ร่มเย็น" ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือในที่ประชุมว่า "เริ่มต้นก็ปะทะกันแล้ว กฎหมายฉบับนี้เป็นของ ส.ส. จะไปอ้างคณะรัฐมนตรี ไปอ้างประธานเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรีไปกันใหญ่ เรื่องนี้ไม่ใช่คอขาดบาดตาย เคยเรียกร้องปรองดอง จะคุยกัน การเสนอชื่อนายถาวรเป็นรองประธานคนที่ 1 ก็พากันปฏิเสธ"

              "วิชาญ มีนชัยนันท์" ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ก็แย้งว่า โดยธรรมเนียมที่ปฏิบัติมาส่วนใหญ่ การตั้งประธานมาจากเสียงข้างมาก เรื่องนี้ไม่ใช่มาพิจารณา พ.ร.บ.ปรองดองแล้ว จะมาพิจารณาการเปลี่ยนแปลงประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมา จากนั้น "ธนา" กล่าวต่อว่า "พรรคฝ่ายค้านไม่ได้สนใจตำแหน่ง แต่เพื่อทดสอบเมื่อจะปรองดองกันจะมีการรับฟังความคิดเห็นจากเสียงข้างน้อยหรือไม่ จะได้รู้บทบาทการทำหน้าที่ต่อไป เพราะร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ไม่ได้เสนอโดยคณะรัฐบาล ทำไมจึงทึกทักว่าประธานเป็นตัวแทนรัฐบาล"

              ระหว่างนั้น "สามารถ" เตรียมขอมติในที่ประชุม แต่ "ถาวร" ได้ขอถอนตัว ขณะที่ "สุนัย จุลพงศธร" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอรองประธานคนที่ 2 เป็นนายถาวร แต่ "ถาวร" ก็ยังยืนยันขอถอนตัวอีกครั้ง "สุนัย" จึงเสนอชื่อ "อภิสิทธิ์" แต่ "อภิสิทธิ์" ก็ไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว

              ต่อมา "สุชาติ" ได้เสนอชื่อ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.อุทัยธานี สัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นรองประธานคนที่ 2 ส่วนรองประธานคนที่ 3 "จิรายุ ห่วงทรัพย์" ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เสนอ "วิชาญ มีนชัยนันท์" เป็นรองประธานคนที่ 3

              ส่วนตำแหน่ง "เลขานุการคณะกรรมาธิการ" คือ "ชวลิต วิชยสุทธิ์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ส่วน "ผู้ช่วยเลขาฯ" คือ "สินี ส้มมี" นิติกรชำนาญการพิเศษ สำหรับตำแหน่ง "โฆษก" นั้น "พิชิต ชื่นบาน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อ "สุชาติ ลายน้ำเงิน" กับ "ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม"  ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ด้าน "วรชัย" เสนอชื่อ "บุญยอด" แต่ "บุญยอด" ขอถอนตัว "สุนัย" จึงเสนอชื่อ "วิรัช ร่มเย็น" แต่ "วิรัช" ขอถอนตัว

              "ประยุทธ์" จึงเสนอชื่อ "วัชระ เพชรทอง" ระหว่างนั้น "วัชระ" เหลือบมองหัวหน้าพรรคที่นั่งอยู่ติดกันหลายครั้ง แต่หัวหน้าก็ไม่ส่งสัญญาณใดๆ "วัชระ" จึงเบนสายตามองไปด้านหลังหัวหน้า ซึ่งมี "ธนา" และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งนั่งอยู่ พร้อมเอ่ยปากบอกประธานในที่ประชุมว่า "ผมขอถอนตัวครับ"

              จากนั้น "นพ.เชิดชัย" ได้เสนอชื่อ "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นที่ปรึกษา แต่ "อภิสิทธิ์" ได้แย้งและเสนอให้นำคนนอกมาช่วยทำงาน ขณะที่ "พล.อ.สนธิ" ไม่ขัดข้องรับตำแหน่งที่ปรึกษา

              นอกจากนี้ "อภิสิทธิ์" เสนอให้ที่ประชุมมีการหารือเรื่องกรอบระยะเวลาการนิรโทษ หลังจากวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 จนถึงปัจจุบันเพิ่มเติมพร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ "นิยม วรปัญญา" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมอยู่ด้วย ซึ่งประธานได้มอบให้เจ้าหน้าที่กลับไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมีสมาชิกเสนอปิดประชุม

              ต้องถือว่าการประชุมนัดแรกมีการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองกันตลอดเวลา จึงต้องจับตาดูว่า นัดที่สองจะมีเรื่องไหนมาเป็นประเด็นให้ทดสอบกันอีก!

...................

(หมายเหตุ : 'นัดแรกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม' 'พท.-ปชป.'หักเหลี่ยมเฉือนคม : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)