
นอนไม่พอคะแนนสอบไม่ดี
นอนไม่พอคะแนนสอบไม่ดี : กระดานความคิด โดยนพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ http://www.oknation.net/blog/health2you/2013/08/17/entry-3
เร็วๆ นี้อังกฤษประกาศนโยบาย "1 เด็ก 1 โปรแกรม" คือ จะทำให้เด็กอังกฤษรุ่นใหม่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยแบบง่ายๆ ได้ทุกคน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ส่งเสริมโปรแกรมนี้ เช่น วิจัย-พัฒนาแผงวงจรคอมพ์ ขนาดเท่าฝ่ามือ (Raspberri Pi) ต่อจอ-คีย์บอร์ด-เมาส์ภายนอก ราคาประมาณ 1,000 บาทเศษ ฯลฯ เพื่อให้ราคาคอมพ์ถูกลง
แผงวงจรนี้ทดลองขายออนไลน์ครั้งแรก ขายได้หมดใน 2 ชั่วโมง
ถ้าอังกฤษทำสำเร็จได้เกิน 1/10 หรือ = เด็ก 10 คน เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างง่ายได้ 1 คน, อังกฤษจะก้าวไปอีกไกล (แสนไกล)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คนอินโดฯ มักจะมีบัญชีเฟซบุ๊ก 2 ชื่อ ชื่อหนึ่ง "เรียบร้อย เป็นทางการ" แสดงออกในด้านดี มีศีลธรรมตามหลักศาสนา อีกชื่อหนึ่งเป็นชื่อปลอม หรือชื่อเล่น แสดงออกถึงอะไรที่เป็นตัวของตัวเอง
เรื่องนี้บอกเราว่า ยอดคนใช้สังคมออนไลน์จริงๆ อาจจะต้องหาร "2" เป็นอย่างน้อย เพราะบางคนใช้ชื่อหลายชื่อ บางคนก็สมัครไว้ แล้วไม่ได้ไปใช้งานเป็นประจำ เช่น ถ้าโลกใบนี้มีคนใช้เฟซบุ๊ก 1,000 ล้านคน อาจจะมีคนใช้งานประจำจริงๆ ไม่เกิน 500 ล้านคน
อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนเก่งระดับ "มันสมองของโลก" สูง ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ นักคอมพ์ อาจารย์มหาวิทยาลัย หมอระดับโลกมากมาย ทว่า... ในประเทศก็มีความเหลื่อมล้ำในโอกาสทางการศึกษาสูง ทั้งจากฐานะ และการแบ่งชนชั้นวรรณะ
เร็วๆ นี้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การทำอัลตราซาวนด์ (คลื่นเสียงความถี่สูง) ก่อนคลอด เพื่อเลือกเพศลูก (ทำแท้งลูกสาว) ทำให้สัดส่วนผู้ชายในอินเดีย จีน และอีกหลายประเทศมากกว่าผู้หญิง ผลคือ จะทำให้ผู้ชายส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะคนจน คนด้อยโอกาสทางการศึกษา สูญเสียโอกาสหาคู่
ความบีบคั้นทางสังคม บวกกับบาดแผลจากการฆ่า (ทำแท้ง) ทำให้เกิดแผลเป็นทางใจ อาจารย์ท่านหนึ่งเล่าว่า ตามหลักศาสนาฮินดู, ถ้ามีลูกชายจะได้ขึ้นสวรรค์ เรื่องนี้คงจะทำให้คนที่ไม่มีโอกาสขึ้นสวรรค์, น้อยเนื้อต่ำใจ ไม่มากก็น้อย
คนส่วนหนึ่งจะมีความคับแค้น และแสดงออกแบบต่อต้านสังคม (antisocial) เช่น เกิดแก๊งข่มขืนในบางส่วนของอินเดีย ฯลฯ หรือการบ้าคลั่งหาเงินแบบไม่อาย เช่น ขายนมผสมเมลามีนในจีน ฯลฯ
เด็กๆ กัมพูชา...แม้ด้อยโอกาส ก็มีชื่อเสียงในเรื่องความขยัน และตั้งใจเล่าเรียน พระภิกษุ สามเณรชาวกัมพูชาที่เข้ามาเรียนในไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความขยัน ความจำดี(มาก) นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ขแมร์สอบได้ที่ 1 ในมหาวิทยาลัยบูรพามาแล้ว
ผู้เขียนมีโอกาสไปทำบุญสร้างพระเจดีย์ที่วัดเวฬุวัน พนมเปญ กัมพูชา กราบเรียนถามสามเณรที่นั่นว่า ท่านเรียนภาษาอังกฤษจากที่ไหน ทำไมพูดชัดมาก ท่านบอกว่า เรียนมา 1 เดือนกว่าแล้ว ทางวัดจ้างครูโรงเรียนกวดวิชาไปสอน อาจารย์ที่สอนบอกว่า แม้แต่ผู้เขียนก็ควรไปเรียนภาษาอังกฤษที่นั่น จะได้เก่ง (โอ้โฮ...)
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเรื่อง "นอนไม่พอ คะแนน(สอบ) ไม่ดี" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
การศึกษาใหม่จากบราซิล ทำในกลุ่มตัวอย่างนักเรียนโรงเรียนสาธารณะเซา เปาโล (น่าจะเป็นโรงเรียนรัฐบาล หรือโรงเรียนที่คิดค่าเรียนไม่แพงแบบเอกชน) อายุ 7-10 ปี
เม็กซิโก และประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกากลาง-อเมริกาใต้ เป็นอดีตอาณานิคมสเปน ใช้ภาษาสเปน ยกเว้นบราซิลเป็นอดีตอาณานิคมโปรตุเกส ใช้ภาษาโปรตุเกส
ผลการศึกษาพบว่า เด็กๆ ที่มีปัญหาการนอน เช่น นอนไม่พอ นอนไม่หลับ ฯลฯ สอบได้เกรดต่ำลงดังนี้
1.ภาษาโปรตุเกสต่ำลง 30% มากกว่าเด็กที่ไม่มีปัญหาการนอน (9%)
2.คำนวณ-คณิตศาสตร์ต่ำลง 25% มากกว่าเด็กที่ไม่มีปัญหาการนอน (8%)
ผู้เชี่ยวชาญประมาณการว่า เด็กอเมริกันมีปัญหาการนอน = 1/4 ของทั้งหมด
การนอนไม่หลับ-นอนไม่พอ เพิ่มเสี่ยงน้ำหนักเกิน โรคอ้วน โรคหัวใจ และเบาหวานในระยะยาว
การศึกษานี้พบว่า เด็กที่นอนไม่พอ เพิ่มเสี่ยงผลการเรียนต่ำลง เด็กที่ผลการเรียนต่ำลง เพิ่มเสี่ยงต่อการเรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ (dropout)
บราซิลแบ่งเกรดจาก 0-10 โดยถือว่า ถ้าได้ 5 ขึ้นไป ถือว่าสอบผ่าน เด็กที่มีปัญหาการสอนสอบภาษาโปรตุเกสได้เกรดต่ำลงดังนี้
1.ภาษาโปรตุเกส = 6.6 ต่ำกว่าเด็กที่ไม่มีปัญหาการนอน (7.1%)
2.คำนวณ-คณิตศาสตร์ = 6.3 ต่ำกว่าเด็กที่ไม่มีปัญหาการนอน (7.1%)
ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการนอน 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เด็ก-วัยรุ่นส่วนใหญ่ต้องการนอน 8-9 ชั่วโมงต่อคืน
วัยรุ่นส่วนหนึ่งมีแบบแผนการนอนแบบ "นกฮูก" คือ นอนดึก-ตื่นสาย มากกว่าผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ที่มีแบบแผนการนอนแบบ "แม่ไก่" คือ นอนไม่ดึก-ตื่นเช้า
การนอนให้พอ และไม่นอนดึกเกินไป เป็นการลงทุนเล็กๆ เพื่อผลใหญ่ๆ ในชีวิตของคนเรา
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ



