คอลัมนิสต์

ขยะพิษกับสมดุลธรรมชาติ

ขยะพิษกับสมดุลธรรมชาติ

18 ส.ค. 2556

ขยะพิษกับสมดุลธรรมชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่18ส.ค.2556

              ยังคงมีให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องกับปัญหาลักลอบนำสารพิษที่ใช้แล้ว หรือขยะสารพิษ มาแอบทิ้งตามที่พื้นที่ว่างเปล่า ล่าสุดมีผู้พบถุงบิ๊กแบ็กและถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร ประมาณ 40-50 ถัง ถูกกองทิ้งไว้รวมกันบริเวณป่าเชิงเขาตอง หมู่ 6 บ้านหนองสองตอน ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นอกจากนั้นสารพิษยังไหลกระจายไปทั่วบริเวณ และไหลไปตามร่องน้ำลงมาจากภูเขาเป็นระยะทางยาว ทำให้หญ้าและต้นไม้ที่อยู่ตามเส้นทางน้ำไหลไหม้เกรียมเป็นสีดำ เจ้าหน้าที่นำเชือกมาขึงกั้นบริเวณเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้ เกรงว่าจะได้รับอันตราย

              ไม่เพียงเท่านี้ ห่างออกไปราว 2-3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบถุงบิ๊กแบ็กสีขาวน้ำหนักถุงละ 1,000 กิโลกรัม ประมาณ 50 ถุง ถูกทิ้งกระจัดกระจาย และบริเวณใกล้เคียงกันยังพบถุงบิ๊กแบ็กลักษณะเดียวกันอีก 5 ถุง ภายในพบสารเคมีสีขาว-เทา ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไปทั่วบริเวณ ส่วนหญ้าและต้นไม้ยืนต้นแห้งตายทั้งหมดลักษณะเหมือนถูกเผาไหม้ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า สารเคมีในถังพลาสติกเป็นสารเรซินที่หมดอายุการใช้งาน มักนำมาใช้สำหรับผลิตกันชนรถยนต์ หรือผลิตโล่รางวัล

              จากการตรวจสอบในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ไม่พบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ผลิตอะลูมิเนียมในพื้นที่ จึงเชื่อว่าสารพิษเหล่านี้ถูกนำมาจากพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เบื้องต้นทราบว่าเป็นสารแคดเมียมและสารโครเมียม ลักษณะเป็นกรดและด่างสูงระดับ 2 ปนอยู่ ซึ่งถือว่าอันตรายมาก หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ ซึ่งชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ใช้ผ้าใบมาคลุมปิดสารเคมีเพื่อป้องกันน้ำฝนโดยที่ไม่ได้สวมชุดป้องกัน พบบริเวณผิวหนังเป็นผื่นขาว มีอาการคัน เนื่องจากโดนสารเคมีเข้าไป

              การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมทำให้ปริมาณขยะในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสมในลักษณะต่างๆ กัน อาทิ ส่งออกไปต่างประเทศ การนำไปฝังกลบ การนำไปบำบัด การใช้ซ้ำ การใช้ประโยชน์ในรูปของพลังงาน แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ บริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบำบัดและกำจัดกากของเสียจากอุตสาหกรรมอีกประมาณ 3,000 ราย ที่อยู่ในการควบคุมโดยสำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม จะมีการดำเนินการและมาตรฐานที่ดีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนของการกำจัดนอกจากเรื่องกลิ่นแล้ว สารเคมีเหล่านี้จะรั่วซึมลงดินและแหล่งน้ำในที่สุด 

              ในประเทศไทยมีบ่อกำจัดขยะพิษกากอุตสาหกรรมอันตรายที่ถูกต้อง และได้มาตรฐานอยู่เพียง 3 แห่งทั่วประเทศ ทำให้โรงงานหลายแห่งลักลอบนำกากอุตสาหกรรมไปทิ้งในบ่อขยะชุมชนหรือขายให้ร้านขายของเก่า เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการกำจัด และแทบทุกครั้งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อก็หนีไม่พ้นประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น แม้ในท้ายที่สุดกระบวนการยุติธรรมจะลงดาบ ให้บริษัทผู้กระทำผิดกฎหมายและถูกจับกุมได้ชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ แต่กระนั้นก็ไม่อาจเพียงพอกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรตระหนัก วางแผนรองรับอย่างต่อเนื่อง โดยมียุทธศาสตร์ การบูรณาการ และตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของคนในชาติ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง