คอลัมนิสต์

ย้อนรอยความอดสูดูแคลนตำรวจ

ย้อนรอยความอดสูดูแคลนตำรวจ

14 ส.ค. 2556

ย้อนรอยความอดสูดูแคลนตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

              "หึ! ลูกตำรวจ" น้ำเสียงและแววตาแสดงความสะเทือนของเด็กหนุ่มชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเมื่อเล่าถึงคำพูดล้อเลียนของเพื่อนใหม่ร่วมชั้นเรียนที่มีต่อเขา หลังทราบว่าเขาเป็นลูกตำรวจ นอกเหนือจากการดูถูกดูแคลน โดยเข้าใจไปเองว่า "มึงใช้เส้นพ่อมึงเข้ามาล่ะสิ” แล้วยังมีถ้อยคำเสียดสีตามมาอีกมากมาย โดยลืมไปว่าประสบการณ์ที่เหล่าบรรดาเพื่อนลูกตำรวจคนนี้มีต่อตำรวจนั้น อาจมิใช่พฤติกรรมของตำรวจผู้เป็นพ่อของเพื่อนตนเลยสักนิดก็เป็นได้ ลูกตำรวจจำนวนไม่น้อยต่างมีประสบการณ์ของความอึดอัดใจนี้ ทั้งนี้ความอึดอัดใจและ "ความอดทนต่อความเจ็บใจ" ของเด็กแต่ละคนมีระดับที่แตกต่างกันไป รวมถึงการปรับตัวต่อทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวมที่แตกต่างกันไปนั้น ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่พวกเขามีกับพ่อผู้เป็นตำรวจของเขาด้วย

              ลูกย่อมรู้ดีว่า พ่อของตนที่เป็นตำรวจนั้น เป็นตำรวจประเภทใด ตำรวจมืออาชีพ? ตำรวจมือปราบ? ตำรวจสายสืบ? ตำรวจจราจร? หรือ เซียนพนัน คนคุมบ่อน เก็บส่วย รีดไถ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด คนใกล้ชิดย่อมรู้ดี

              ในทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี การที่พ่อผู้เป็นตำรวจประพฤติปฏิบัติตนละเมิดวินัยและอุดมคติของการเป็นตำรวจที่ดีไม่ใช่จะส่งผลเสียต่อองค์กรตำรวจ ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสียหายและตำรวจคนอื่นๆ จะต้องมารับผลกระทบต่อการกระทำของตำรวจที่มีพฤติกรรมเยี่ยงผู้กระทำผิดแต่เพียงเท่านั้น หากแต่เขาได้ทำร้ายลูก เมีย ซึ่งเป็นคนในครอบครัวของตนเองอย่างซึมลึกโดยไม่รู้ตัวด้วยความหลงมัวเมากับผลประโยชน์ อำนาจ และยศถาบรรดาศักดิ์ความก้าวหน้าที่อยากจะมีอยากจะเป็น ถึงแม้ว่าจะต้องกระทำในสิ่งที่เบียดเบียนผู้อื่น และทำร้ายระบบการบริหารงานตำรวจที่ควรจะช่วยกันสร้างสรรค์ให้เกิดความยุติธรรมก็ตาม

              “ไปดูสิตามแฟลตตำรวจน่ะ ลูก เมียตำรวจเป็นยังไง?” คำพูดท้าทายส่อเสียดเย้ยหยันโดยมีข้อสรุปของการแสดงความเห็นว่า สภาพแวดล้อมตามทฤษฎีอาชญากรรมที่ตำรวจทุกคนต้องเรียนรู้ว่าควรจะต้องบริหารจัดการอย่างไรเพื่อมิให้เกิดอาชญากรรมนั้น กลับกลายเป็นว่า ในบริเวณเขตความรับผิดชอบของตำรวจมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดอาชญากรรม...แฟลตตำรวจเต็มไปด้วยบ่อนการพนันที่ผู้เล่นเป็นลูกเมียและตัวตำรวจเองถึงแม้จะไม่ใช่บ่อนขนาดใหญ่ แต่ก็สร้างบรรยากาศของสภาพแวดล้อมอบายมุข ซึ่งเป็นบริบทเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานกับการดื่มสุรา การเล่นและขายหวยประเภทต่างๆ รวมไปถึงการปล่อยปละละเลยให้มีการลักขโมย และรุนแรงไปจนถึงการเสพยาเสพติดด้วย ดังนั้นโรงพักเพื่อประชาชนจึงมิควรยุติอยู่ที่การทำสถานีตำรวจอย่างดีเยี่ยมไว้เพื่อบริการประชาชนแต่เพียงเท่านั้น แต่ควรรวมไปถึงที่พักอาศัยและบรรยากาศในการดำเนินชีวิตของครอบครัวตำรวจที่เกื้อกูลสนับสนุนตำรวจผู้ปฏิบัติงานด้วย

              ผู้นำตำรวจต้องไม่ลืมว่า ตำรวจผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นไม่เกื้อกูล ดังนั้นการส่งเสริมสนับสนุนให้ครอบครัวของตำรวจมีความเข้าใจบริบทการทำงานของตำรวจและร่วมกันปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของกลุ่มคนที่สนับสนุนงานตำรวจอย่างเข้มแข็งก็จะทำให้อุปสรรคในการทำงานของตำรวจลดน้อยลงและทัศนคติของคนนอกที่มองตำรวจและครอบครัวของตำรวจก็จะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา

              “ทำเกินกว่าเหตุไปมั้ยกับการลงโทษตำรวจที่เล่นไฮโล" ชาวบ้านและสื่อมวลชนสอบถามความคิดเห็นเมื่อทราบว่า เหล่าบรรดาตำรวจที่เล่นการพนันในภาพที่ปรากฏและเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์อย่างกว้างขวางถูกลงโทษตามคำสั่งของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บางคำถามอาจไม่จำเป็นต้องตอบ เพียงแต่ย้อนถามกลับว่า...พวกเขาทำอะไร? พวกเขาทำที่ไหน? พวกเขาทำอย่างไร? เครื่องแบบที่สวมอยู่แสดงสถานะอะไร? และสิ่งที่พวกเขาต้องตอบคือ...ทำไมพวกเขาจึงทำเช่นนั้น? พวกเขาคิดว่าภาพลักษณ์ที่ดีและศรัทธาที่ประชาชนจะมีต่อตำรวจทั้งองคาพยพนั้นจะได้รับผลกระทบจากการกระทำเหล่านี้หรือไม่?

              สิ่งที่น่าสงสัยและควรหาคำตอบมากกว่าคือ เขาส่งภาพนี้ให้ใคร? เขาส่งทำไม? คนที่รับภาพนี้รู้สึกอย่างไร?และคนที่นำลงสื่อเพื่อเผยแพร่มีจุดมุ่งหมายอย่างไร? และสิ่งที่บรรดานายๆ พึงตระหนักจากบทเรียนนี้คือ กลุ่มบุคคลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้คือ ตำรวจ ครอบครัวตำรวจ และเพื่อนผู้ใกล้ชิดของตำรวจซึ่งควรเป็นกลุ่มคนที่ควรมีทัศนคติที่มุ่งมั่นต่อการร่วมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและศรัทธาที่ดีที่จะทำให้ประชาชนมีต่อตำรวจ การไม่ระมัดระวังในเรื่องที่คิดเอาเองว่าเล็กน้อยเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเคยชินที่มีต่อการกระทำที่คุ้นเคยในวิถีชีวิตประจำวันจนเห็นว่า การเล่นการพนันคือเรื่องปกติธรรมดา ในบ้านก็เล่นได้ ในที่ทำงานก็เล่นได้ ไม่จำเป็นต้องไปบ่อนใหญ่ๆ ที่นักการเมืองหรือกลุ่มคนที่ตรวจสอบ จับจ้องตำรวจอยู่มักออกมาแฉว่า ตำรวจละเลยการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีบ่อนการพนันเต็มบ้านเต็มเมือง

              ภาระงานตำรวจในห้วงเวลานี้และวิกฤติศรัทธาต่างๆ ที่ตำรวจกำลังเผชิญอยู่ต้องการการเสริมพลังและการสนับสนุนที่เข้มแข็ง แต่ก่อนที่จะเรียกร้องระดมให้คนอื่นเข้ามาช่วยนั้น...ตำรวจจำเป็นต้องหากลยุทธ์ดึงแนวร่วมจากครอบครัว ลูก เมียตำรวจให้มาเป็นกำลังเสริมที่เข้มแข็งก่อนดีกว่าหรือไม่? ต่อนี้ไปแฟลตตำรวจจะปลอดการ กระทำผิดกฎหมายทุกประเภท กลุ่มเด็กแว้นท์ ยกพวกตีกัน เสพยา ขายยา จะไม่มีในกลุ่มลูกตำรวจ...ทำยากนะ แต่น่าทำและท้าทายความสามารถของผู้นำ!!

.........

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.siamgag.com)