คอลัมนิสต์

สหภาพยุโรปเร่งจีบพม่า

สหภาพยุโรปเร่งจีบพม่า

13 ส.ค. 2556

สหภาพยุโรปเร่งจีบพม่า : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

              ในยุคพม่าเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ ถูกโดดเดี่ยว สหภาพยุโรปหรืออียูเป็นกลุ่มโหดที่สุดในการลงโทษรัฐบาลทหารพม่าในทุกรูปแบบ ช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ด้วยมาตรการทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นทางด้านการทูต การค้า การเมือง ความมั่นคง และวัฒนธรรม หลังจากรัฐบาลพม่าเปลี่ยนท่าทีตอบรับการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองปลายปี 2011 อียูกลับกลายเป็นกลุ่มแรกที่พยายามเร่งจีบพม่า พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์และเรียกคืนสิ่งที่สูญหายไปในช่วงมีการแซงชั่นอย่างแข็งขัน

              การไปเยือนอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสองมหาอำนาจอียูของประธานาธิบดีเต็ง เส่งในเร็วๆ นี้ หลังจากที่นางอองซาน ซูจีได้เยือนเรียบร้อย เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนว่าสัมพันธ์อียูพม่ากำลังกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว ภายในช่วงสั้นๆ อียูได้ให้เงินช่วยเหลือทุกรูปแบบแก่พม่าสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนหน้านี้อียูเป็นกลุ่มแรกยอมรับท่าทีปฏิรูปของรัฐบาลทหารพม่าก่อนใครเพื่อน ในขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังลังเลใจอยู่บ้าง

              ที่น่าใจคืออียูพยายามเข้าในระบบธรรมาธิบาลพม่า เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยแบบยุโรป และมุ่งหวังไว้ว่าในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2515 การปฏิรูปการเมืองสู่ระบอบประชาธิปไตยจะเต็มรูปแบบมากขึ้น แน่นอน อียูต้องการใช้พม่าเป็นตัวอย่างของประเทศด้อยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี จึงไม่แปลก เต็ง เส่งได้รับตอบรับที่ดีมากจากอียู ในทางเดียวกันข้อเรียกร้องต่างๆ ของอียูก็ได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน รวมทั้งการปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่เหลืออยู่ให้หมดภายในสิ้นปี ต้องยอมรับว่ารัฐบาลพม่าชุดนี้พูดจริงทำจริง ที่ผ่านมาทำตามสัญญา จนได้รับการตอบแทนสูงจากโลกตะวันตก

              พม่าตอนนี้ต้องการการสนับสนุนจากยุโรปมากๆ เพราะต้องการเงินลงทุน เทคโนโลยี และเป็นตลาดส่งสินค้าออก พม่าหวังว่าจะได้รับการยกเว้นภาษีพิเศษหรือจ่ายภาษีสินค้าขาเข้าต่ำ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยนั้นไม่มีสิทธิพิเศษดังกล่าว ไทยและอียูกำลังเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี

              ส่วนอียู มีความต้องการแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในพม่าโดยเฉพาะทางด้านพลังงานมีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ เนื่องจากพึ่งพลังงานส่งออกจากรัสเซียมากเกินไป จนทำให้อียูถูกรัสเซียกดดันทางด้านนโยบายการต่างประเทศมากๆ บริษัทน้ำมันของฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาได้เข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานเรียบร้อย ในช่วงที่มีปัญหาอียูลงทุนกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ในธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน

              อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ อียูอยากขยายตลาดไปยังพม่าที่มีประชาชนถึง 64 ล้านคน ขณะนี้เศรษฐกิจทั่วไปอียูตกต่ำ ต้องการตลาดส่งสินค้าขาออกเพิ่ม นอกจากนั้นอียูยังเห็นพม่าเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่สำคัญเพราะมีจุดที่ตั้งอยู่ระหว่างอินเดียและจีน เชื่อมโยงเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกและอาเซียน พม่ามีนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาเป็นเวลาช้านาน

              ลึกๆ นโยบายอียูสนับสนุนท่าทีสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด จึงไม่แปลกในอนาคตทั้งสองฝ่ายจะพยายามประสานนโยบายเพื่อช่วยกันส่งเสริมประชาธิปไตยในพม่า มันเป็นวิธีการที่ดีสามารถต้านอิทธิพลจีนได้ดี ให้อยู่ในระดับที่ไม่เสียดุลยภาพทางการเมือง