คอลัมนิสต์

แกะรอยแก๊งโจรกรรมรถจยย.

แกะรอยแก๊งโจรกรรมรถจยย.

09 ส.ค. 2556

แกะรอยแก๊งโจรกรรมรถจยย. : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

           แม้ "เจ้าของหอพัก-อพาร์ตเมนต์" ในท้องที่ สภ.พานทอง จะติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อบันทึกหลักฐานในการติดตามจับกุมแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ แต่ยังมีรถจักรยานยนต์ถูกขโมย

           พ.ต.อ.อนุชา พงศ์เรืองรอง ผกก.สภ.พานทอง จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว กระทั่งพบหลักฐานสำคัญเป็นภาพวงจรปิด แล้วเริ่มแกะรอยจากภาพที่ถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. แสดงลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 3 คน ก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน ที่จอดไว้บริเวณ "คอนโด" ในพื้นที่หมู่ 7 ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี

           แนวทางการสืบสวนทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้คือ "แก๊งหนองรี" ตั้งกลุ่มสำหรับโจรกรรมรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ

           ต่อมาเวลาวันที่ 27 กรกฎาคม เวลาประมาณ 18.00 น. ตำรวจสืบทราบว่า รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีม่วง-ดำ ทะเบียน คบฉ 874 ชลบุรี เป็นรถที่รับแจ้งหายไว้ที่ สภ.พานทอง มีวัยรุ่นขับขี่มาจอดไว้ข้างอู่ซ่อมรถของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 8 ต.หนองรี เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นและตรวจสอบเอกสาร ปรากฏว่าหมายเลขตรงกับรถที่แจ้งหายไว้

           เมื่อเจ้าของรถยืนยันว่า เป็นรถคันของตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงจับกุม นายไมค์ อายุ 18 ปี และนายบิ๊ก อายุ 20 ปี พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายขโมยไป และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ

           จากนั้นวันที่ 29 กรกฎาคม คนร้ายอีกคนเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ติดต่อขอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดสารภาพว่า เคยก่อเหตุที่คอนโด หมู่ 1 ต.บ้านเก่า, แมนชั่น หมู่ 2 ต.บ้านเก่า นอกจากนี้ยังเคยก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในท้องที่ สภ.เมืองชลบุรี จำนวน 5 คัน ท้องที่ สภ.พานทอง จำนวน 13 คัน และท้องที่ สภ.เสม็ด จำนวน 2 คัน

           "2 เดือนที่ผ่าน คนร้ายกลุ่มนี้โจรกรรมรถจักรยานยนต์ไปกว่า 20 คัน นำไปขายต่อให้นายตั้ม หัวหน้าแก๊ง ในราคาคันละ 2,000-4,000 บาท รถจักรยานยนต์ส่วนหนึ่งจะถูกชำแหละเพื่อนำไปขายที่ตลาดนัดนินจา ในตัวเมืองชลบุรี"

           พ.ต.อ.อนุชา กล่าวว่า หลังจากตำรวจได้ขออนุมัติออกหมายจับ นายตั้ม และนายไมค์ แล้ว ซึ่งเป็นเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ของแก๊งนี้ ทั้งคู่ก็ถอยไปอยู่ข้างหลัง ปล่อยให้ นายจิ๋ว และนายบี ซึ่งเป็นมือขวาลงมือก่อเหตุ แต่พอได้รถแล้ว นายตั้ม และนายไมค์จะชำแหละชิ้นส่วนไปขาย หรือขายทั้งคัน คันละ 2,000-2,500 บาท จากนั้นจะเก็บเงินไว้ 1,000-1,500 บาท ที่เหลือให้ลูกน้องทั้งสองแบ่งกัน ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะมีภาพวงจรปิด แก๊งลักรถจักรยานยนต์ยังไม่เกรงนั้น มองว่าคนร้ายน่าจะย่ามใจ และเลือกก่อเหตุในพื้นที่เขตอุตสาหกรรม ไปจนถึงเขตเมือง เน้นหอพัก อพาร์ตเมนต์

           ผกก.สภ.พานทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า การป้องกันในอนาคตจะต้องสร้างการมีส่วนร่วม ทั้งตำรวจ ผู้ประกอบการ เจ้าของทรัพย์ ประชาชน และเค้นข้อมูลจากผู้ต้องหา เพื่อสืบหาเบาะแส หากสังเกตพบกลุ่มวัยรุ่นเปลี่ยนรถบ่อย ทั้งที่ไม่มีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่ง ให้แจ้งชุดสืบสวนจะได้ลงพื้นที่หาข่าวและนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน