
กฎเหล็กกลาโหมห้ามปฏิวัติได้จริงหรือ?
กฎเหล็กกลาโหมห้ามปฏิวัติได้จริงหรือ? : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
สถานการณ์การเมืองไทยเริ่มกลับเข้ามาอยู่ในโหมดอุณหภูมิร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อกลุ่มที่มีความเห็นต่างทางการเมืองหลายกลุ่มก้อนออกมาเคลื่อนไหว “ขับไล่” รัฐบาล อาทิ กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย กลุ่มสภาประชาชนแห่งชาติ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ กลุ่มเสนาธิการร่วม และกลุ่มนักรบนิรนาม โดยปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณสวนลุม เพื่อรอการเป่านกหวีดเคลื่อนทัพมายังทำเนียบรัฐบาล และสภา
เพื่อกดดันการทำงานของฝ่ายบริหารกรณีที่นายวรชัย เหมะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ชงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 สิงหาคม เพื่อนิรโทษกรรมให้ผู้ที่กระทำความผิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมือง
สถานการณ์การชุมนุมจะขยายวงกว้างออกไปมากน้อยแค่ไหนยังไม่มีใครคาดเดาได้ ส่วนเหตุการณ์จะพาไปถึงขั้น “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” หรือไม่ก็ยังคงตอบยาก แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก จะออกมาการันตีเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วก็ตามว่า จะไม่ทำ “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” ตามที่หลายฝ่ายวิตกกังวล
แม้ว่าสิ่งที่เปราะบางที่สุดกับสถานการณ์การเมืองในเวลานี้จะคลี่คลายจากปากของผู้นำของกองทัพไปแล้วก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้คือแรงกดดันของมวลชนที่มีการรวมตัวกันอยู่หลายกลุ่มในเวลานี้ที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้ เพราะเป็นมวลชนผู้บริสุทธิ์ที่ลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาล หากเกิดปัญหาหรือรุนแรงที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ รัฐบาลอาจจะเกิดจุดพลิกผันได้ในที่สุด
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองถือเป็นสิทธิในการแสดงความเห็นต่างทางการเมืองและเป็นความเห็นส่วนบุคคลที่สามารถแสดงออกได้ตามระบอบประชาธิปไตย แต่การแสดงออกจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและความเดือดร้อน ต่อส่วนรวมไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ
สำหรับข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหมทุกนาย มีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน และขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสารจากสื่อทุกแขนง โดยยึดถือตาม “ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมือง พุทธศักราช 2499” เป็นแนวทางในการปฏิบัติ มีจุดยืนที่ชัดเจนในการวางตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมได้ปฏิบัติภารกิจ ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมยังปฏิบัติตามหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน โดยเฉพาะเป็นกลไกที่สำคัญของรัฐบาลในการทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้น ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ กำชับชี้แจงกำลังพลทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในกรอบ
ทั้งนี้กำลังพลทุกนายจะต้องยึดถือระเบียบข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่ได้มอบหมายในการปฏิบัติตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงให้ติดตามสถานการณ์ศึกษาข้อมูลข่าวสารที่ได้รับในช่วงนี้อย่างรอบคอบ และจะต้องอย่าตื่นตระหนกและควรใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสารจากสื่อทุกแขนง ขอให้ข้าราชการกระทรวงกลาโหมได้ยึดถือข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมือง
สำหรับสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ข้อ 6 คือ ข้าราชการกลาโหมจะเข้าร่วมประชุมอันเป็นการประชุมของพรรคการเมืองเป็นการส่วนตัวก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องมิใช่ในเวลาราชการ ข้อ 7 คือ ข้าราชการกลาโหมจะต้องปฏิบัติราชการในหน้าที่หรือเกี่ยวกับประชาชน ด้วยการวางตัวเป็นกลางโดยไม่มุ่งหวังประโยชน์ของพรรคการเมืองโดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และไม่กระทำการให้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และแบบธรรมเนียมของทหาร
ขณะที่ข้อ 8 คือ ข้าราชการกลาโหมจะต้องไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้าม โดยประกอบด้วย (1) ไม่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของรัฐบาลให้ปรากฏแก่ประชาชน
(2) ไม่แต่งเครื่องแบบซึ่งทางราชการกำหนดไว้ไปร่วมประชุมพรรคการเมืองหรือไปร่วมประชุมในที่สาธารณะใดๆ อันเป็นการประชุมที่มีลักษณะทางการเมือง
(3) ไม่ประดับเครื่องหมายของพรรคการเมืองในสถานที่ราชการหรือในเวลาราชการ หรือในเวลาสวมเครื่องแบบ ซึ่งทางราชการกำหนดไว้
(4) ไม่แต่งเครื่องแบบของพรรคการเมืองเข้าไปในสถานที่ราชการทุกๆ แห่ง
(5) ไม่บังคับผู้อยู่ในบังคับบัญชาหรือประชาชนทั้งโดยตรงหรือโดยปริยายให้เป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใด และไม่กระทำการในทางให้คุณหรือโทษเฉพาะเหตุที่ผู้อยู่ในบังคับบัญชาหรือประชาชนนิยมหรือเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใด ที่ตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม แม้มีคำยืนยันจากโฆษกกระทรวงกลาโหม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า "ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม" จะเป็นกฎเหล็กที่ไม่เคยถูกละเมิดมาก่อน
.........
(หมายเหตุ : กฎเหล็กกลาโหมห้ามปฏิวัติได้จริงหรือ? : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



