คอลัมนิสต์

ร้องถูกจับลิขสิทธิ์ไม่เป็นธรรมทนายแนะสู้คดีพิสูจน์ความจริง

ร้องถูกจับลิขสิทธิ์ไม่เป็นธรรมทนายแนะสู้คดีพิสูจน์ความจริง

07 ส.ค. 2556

ร้องถูกจับลิขสิทธิ์ไม่เป็นธรรมทนายแนะสู้คดีพิสูจน์ความจริง : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

             นายธนาบดินทร์ คันธฬิกา เจ้าของร้านขายส้มตำ ย่านบางแค ร้องเรียน "ทีมข่าวอาชญากรรม" ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีถูกเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทค่ายเพลงชื่อดัง พร้อมตำรวจเข้าตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลง ขณะที่เปิดเพลงมิวสิกวิดีโอของค่ายเพลงดังกล่าวด้วยเครื่องเล่นซีดีขนาดเล็กแบบพกพา และเป็นแผ่นแท้มีลิขสิทธิ์

             เจ้าของร้านขายส้มตำ ร้องเรียนว่า เวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีชายแปลกหน้า 2 คน เข้ามาในร้านแล้วทำทีสั่งอาหาร และขอให้นำเครื่องเล่นวีซีดีแบบพกพาที่นั่งดูอยู่เป็นส่วนตัว ให้นำไปตั้งกลางร้านและเร่งเสียงเหมือนเป็นการจงใจให้ดูเป็นการเผยแพร่สู่สาธารณะ หลังจากนั้นชายทั้งสองได้โทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่เกือบสิบคนเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำการละเมิดลิขสิทธิ์จากการเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวไปยังสถานีตำรวจ

             "ตอนนั้นผมยอมไปที่โรงพักโดยดี เพราะในใจคิดว่า เราบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำอะไรผิด แผ่นเพลงที่เราเปิดเป็นแผ่นแท้ เครื่องเล่นเห็นชัดเจนว่าใช้ดูส่วนตัว หันหน้าจอมาทางผม และพนักงานร้านที่กินข้าวอยู่ที่โต๊ะ" นายธนาบดินทร์กล่าวและว่า หลังจากเดินทางไปถึงสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ที่อ้างตัวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ค่ายเพลงดังกล่าว ได้ยื่นข้อเสนอให้เลือก ระหว่างการถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี กับการเจรจาจ่ายค่าเสียหาย จึงได้ขอคำปรึกษากับตำรวจได้รับคำแนะนำว่า ควรจ่ายค่าเสียหาย เพราะที่ผ่านมามีการดำเนินคดีข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์กับร้านค้าริมทางลักษณะนี้มาแล้วหลายร้าน และไม่เคยมีร้านใดพ้นผิด ถูกปรับตั้งแต่ 50,000 บาทจนหลายแสนบาท หากไม่จ่ายค่าเสียหายต้องถูกกักขัง และจ่ายเงินประกันจำนวน 70,000 บาท จึงตัดสินใจเลือกวิธีการจ่ายค่าเสียหาย 10,000 บาท

             "แทนที่ตำรวจจะช่วยไกล่เกลี่ยให้เป็นการตักเตือน หรือเสียค่าปรับเล็กๆ น้อยๆ เพราะเป็นการกระทำผิดครั้งแรก และเห็นชัดเจนว่าเราไม่มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ตำรวจกลับพูดคล้ายการขู่ให้เรากลัวว่า จะต้องเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ตอนนั้นผมไม่มีเงินพอแม้แต่จะประกันตัว มีเงินรวมกับพนักงานในร้านจากการขายส้มตำทั้งวันไม่ถึง 5,000 บาท และยังถูกตำรวจเร่งให้รีบตัดสินใจ ไม่ยังงั้นจะถูกดำเนินคดี สุดท้ายจึงต้องโทรไปขอหยิบยืมเพื่อนฝูงจนได้เงินครบ 10,000 บาท และจ่ายเขาไป" นายธนาบดินทร์กล่าว

             เกี่ยวกับการเข้าจับกุมข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์โดยเผยแพร่ให้กับสาธารณะนั้น นายวันชัย สอนศิริ กรรมการบริหารสภาทนายความ ให้ความเห็นว่า กรณีของนายธนาบดินทร์ หากเป็นการเปิดดูส่วนตัวจริง แม้จะอยู่ในร้านอาหารที่สาธารณะ หรือเปิดเสียงดังจนผู้อื่นได้ยินถือว่าไม่มีความผิด แต่หากการเผยแพร่เป็นไปโดยมีเจตนาทางการค้า หรือแสวงหาผลกำไร โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นทำให้ลูกค้าเข้าร้านมากขึ้นจากการเปิดเพลงถือว่ามีความผิด แม้แผ่นเพลงที่ใช้เปิดนั้นจะมีลิขสิทธิ์ถูกต้องก็ตาม

             หากประชาชนท่านใดเจอเหตุการณ์ถูกจับลิขสิทธิ์อย่างไม่เป็นธรรม ควรจะสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เพื่อไม่ให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ตรวจลิขสิทธิ์เหล่านี้มาเรียกค่าเสียหายอย่างไม่เป็นธรรมได้