
ซอฟท์เพาเวอร์ไทยในจีน(2)
ซอฟท์เพาเวอร์ไทยในจีน(2) : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
กรุงปักกิ่ง-เวลาเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สิ่งแรกที่จะพบคือ ทุเรียนหมอนทองตั้งโชว์ชวนชิม คนจีนชอบหมอนทองมาก ปีหนึ่งๆ นำเงินเข้าประเทศไทยเป็นพันๆ ล้านบาท ลูกหนึ่งตกเจ็ดแปดร้อยบาท แล้วแต่ขนาด ที่น่าสนใจคือ ทุเรียนไทยตอนนี้มีคู่แข่งคือมาเลเซีย แต่ยังเป็นทุเรียนแช่แข็งอยู่ ที่นำเข้ามาขาย สาเหตุที่ไทยมีสิทธิพิเศษก็เพราะว่าสัมพันธ์อันพิเศษระหว่างไทยกับจีนนั่นเอง
ทุเรียนไทยจึงสามารถส่งเข้ามาขายสดๆ ได้ แต่น่าเสียดายว่า ผู้ส่งออกผลไม้ของไทยไม่มีแผนโลจิสติกส์ที่ดีในการจัดส่งทุเรียนไทยนำมาวางขายในตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งซูเปอร์มาร์เก็ตต้องนำเอาทุเรียนแช่แข็งจากประเทศอื่นเข้ามา เช่น ทุเรียนมาเลเซีย ลูกจะเล็ก เม็ดจะใหญ่ แต่เนื้อหวานมัน ราคาแพงกว่าด้วยซ้ำไป ต้องยอมรับกำลังชนะใจผู้บริโภคจีน ซึ่งไม่เกี่ยงเรื่องเงินทอง ขอให้ได้กินของดี ของอร่อย เป็นใช้ได้
ผู้ส่งออกผลไม้ไทยต้องทำความรู้จักกฎข้อบังคับของจีนในการนำผลไม้ เพราะผลไม้ไทยมีผลผลิตในประเทศมากมาย ราคาในประเทศถูก ส่งออกมาต่างประเทศราคาดีมากๆ แต่ถ้าโลจิสติกส์ไม่แน่นอน การส่งออกไม่สามารถขยายตลาดได้ ระยะหลังคนจีนเริ่มตระหนักในเรื่องฟูดเซฟดี้ หรือความปลอดภัยของอาหารที่กินทุกวัน ในเมืองจีน ของปลอมที่นี่มันเยอะ ขนาดไข่ไก่ยังปลอมได้
ฉะนั้นคนจีนเริ่มซื้อของบริโภคที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ รู้แหล่งที่ผลิตที่แน่นอน สินค้าเกษตรอินทรีย์บ้านเรา ถ้าจัดโลจิสติกส์ดีๆ มีหวังครองตลาดจีน
เดี๋ยวนี้เวลาคนจีนกินข้าวนอกบ้านกัน ส่วนใหญ่จะเลือกกินร้านดีๆ ไม่ใช่เพราะร่ำรวยหรือกินของถูกไม่เป็น พวกเขาต้องการให้แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังจะกินในแต่ละมื้อไม่มีของแปลกปลอม เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ในจีนมักจะมีข่าวแปลกๆ ที่ไม่เหมือนมนุษย์เขา วันก่อนมีคนซื้อขาไก่สำเร็จรูป ซึ่งมีอายุนานถึง 46 ปี ออกมาขาย (คนจีนชอบกินขาไก่พะโล้สำเร็จรูป)
พูดถึงอาหารจีนแล้ว อดพูดถึงร้านอาหารไทยในจีนไม่ได้ ในขณะนี้มีร้านอาหารไทยในโลกเพิ่มขึ้นทุกวันจนเกินสองหมื่นกว่าร้าน ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ทวีปอเมริกาเหนือ ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งอยู่ในยุโรปและเอเชีย ทั่วประเทศจีนมีแค่หนึ่งร้อยกว่าร้าน ในเมืองหลวงมีเพียง 26 ร้านเท่านั้น นับว่าน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นร้านของคนจีนลงทุนเป็นเจ้าของ ยกเว้นร้านอาหารของกลุ่มเอสแอนด์พีเท่านั้น แน่นอนอาหารที่เสิร์ฟจึงสู้ฝีมือร้านอาหารไทยแท้ไม่ได้
เอาเข้าจริงจะเอาอาหารไทยสู้กับอาหารจีนที่ครองแชมป์โลกมานานกว่าห้าพันปีนั้น ลืมไปได้เลย สิ่งที่ไทยทำได้คือ ร้านอาหารไทยสามารถเพิ่มสัดส่วนของร้านอาหารต่างประเทศในจีนได้ ถ้าเราเน้นทางด้านคุณประโยชน์ของอาหารไทยต่อสุขภาพคนจีนอาจรับประทานมากขึ้น เรื่องรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นรสเผ็ดเปรี้ยว หวาน อาหารจีนมีครบทุกรสอยู่แล้ว
ฉะนั้นอาหารไทยควรจะมีจุดขายใหม่ในจีน แต่ในประเทศอื่นๆ ไม่มีปัญหา เพราะรสชาติดี ไม่ต้องแข่งกับอาหารจีนเจ้าบ้าน แค่เอาต้มยำมาสู้ตัวต่อซุปเซฉวนอย่างเดียวก็หืดขึ้นคอแล้ว



