คอลัมนิสต์

11ศพเมืองนรา ระวังน้ำผึ้งหยดเดียว

11ศพเมืองนรา ระวังน้ำผึ้งหยดเดียว

11 มิ.ย. 2552

เหตุคนร้ายไม่น้อยกว่า 2 คน บุกเข้าไปยิงถล่มชาวบ้าน ที่กำลังละหมาด อยู่ภายในมัสยิดอัล-ฟุรกอน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตรวม 11 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อเย็นวันจันทร์(8) จนกระทั่งเหตุร้ายที่ยะลาเช้าวานนี้(9)

ในท่ามกลางข่าวร้ายรายวัน ที่ต่อเนื่องมาไม่ขาดสาย นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายทหารพัฒนา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อเดือนมกราคม 2547 นั้น ต้องนับว่าเป็นปรากฏการณ์ความรุนแรงพิเศษที่อาจนำพาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ โดยเฉพาะการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ และชาวบ้าน ที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง จากปรากฏการณ์กูจิงลือปะที่ผ่านมา

 ครูจูหลิง ปงกันมูล นามนี้ไม่มีใครลืมอย่างแน่นอน แต่ไม่มีใครจำชื่อนายอับดุลการิม มาแต อายุ 24 ปี และนายมูฮำหมัด สะแปอิง มือรี อายุ 28 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 100 คน บุกเข้าไปตรวจค้นหมู่บ้านกูจิงลือปะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2549 และจับกุมคนทั้งสอง พร้อมอาวุธ เครื่องกระสุน อีกทั้งพยานหลักฐานจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นแกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ คนสองคนนี่เอง ที่ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกัน บุกเข้าไปจับตัวครูจูหลิง ปงกันมูล ที่โรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ ไปกักตัวไว้ แล้วเข้าทุบตีทำร้าย จนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด นี่ก็เป็นผลมาจากการสร้างความหวาดระแวง

 ดูเหมือนความหวังที่จะคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยิ่งห่างไกลออกไปทุกที ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือกระทั่งรัฐบาลที่น่าเชื่อว่า จะรู้เรื่องปัญหาภาคใต้มากที่สุด เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ความวุ่นวายก็ยังไม่รู้จบสิ้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ครั้งดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะนายทหารที่เป็นมุสลิม ประกาศจะแยกปลาออกจากน้ำ ในท่าทีที่คล้ายจะเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของภาคใต้ ซึ่งมีความขัดแย้งในเชิงวัฒนธรรมเป็นด้านหลัก แต่จนแล้วจนรอด ปลากับน้ำก็ยังอยู่คู่กันที่ภาคใต้ เสียงปืน เสียงระเบิด ก็ดังก้องอยู่ทุกวัน

 การกราดยิงชาวบ้านในขณะที่กำลังก้มสุญูด (กราบ) ระหว่างพิธีละหมาด ภายในมัสยิดอัล-ฟุรกอน จ.นราธิวาส ถึงแม้จะไม่ชัดเจนเท่ากับเหตุการณ์ทหารบุกเข้าไปถล่มผู้ก่อความไม่สงบในบริเวณมัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี แต่ความพยายามทำให้เชื่อด้วยคนศาสนาเดียวกัน ความเชื่อเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน ก็มีแนวโน้มจะเป็นเช่นเดียวกับปรากฏการณ์กูจิงลือปะได้ รัฐบาลจักต้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์ สร้างความเข้าใจ และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ก่อนที่จะถูกฉกฉวยไปเป็นประโยชน์ของผู้ที่เฝ้ารอคอยจังหวะตอกลิ่มความขัดแย้ง จนกระทั่งกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว