คอลัมนิสต์

หนี้สินข้าราชการ

หนี้สินข้าราชการ

29 ก.ค. 2556

หนี้สินข้าราชการ : บทบรรณาธิการวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2556

            มีรายงานข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ โดยอ้างอิงการสำรวจภาวการณ์เป็นหนี้สินของข้าราชการพลเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ยอดรวมหนี้สินข้าราชการมีถึงประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยข้าราชการระดับบริหารมีหนี้สินเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 1.5 ล้านบาท ข้าราชการประเภททั่วไปมีหนี้เฉลี่ยต่ำสุด 996,931 บาท และยังพบว่า กลุ่มข้าราชการประเภททั่วไปมีสัดส่วนหนี้ครอบครัวสูงสุดถึงร้อยละ 86.3 ขณะที่ข้าราชการระดับบริหารมีสัดส่วนหนี้ต่ำสุดร้อยละ 31.9

            สภาพการณ์ดังกล่าวจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ลงนามในกฎ ก.พ.เรื่องการสั่งให้ข้าราชการออกจากราชการ เพราะขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือมีลักษณะต้องห้ามกรณีหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม กรณีมีมลทินหรือมัวหมอง และกรณีต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งศาล โดยเฉพาะกรณีหนี้สินนี้เน้นย้ำให้หัวหน้าหน่วยราชการปฏิบัติตามกฎกับข้าราชการที่เป็นบุคคลล้มละลายคือสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการทันที

            อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว การเป็นหนี้ของข้าราชการก็เป็นไปในทิศทางหนี้สินครัวเรือนโดยทั่วไป โดยนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนในภาพรวมเมื่อถึงกลางปี 2556 ยังอยู่ที่ระดับใกล้เคียงร้อยละ 80 ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นระดับที่เสี่ยง ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้ทำให้เห็นได้ว่า ภาวะหนี้สินของประชาชนทุกภาคอยู่ในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คืออยู่ในภาวะเสี่ยงเสมอหน้ากันนั่นเอง

            ขณะเดียวกัน ข้าราชการครู โดยเฉพาะครูชั้นผู้นอยก็เป็นข้าราชการอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ในการจับตาของรัฐบาลเป็นพิเศษในเรื่องของการก่อหนี้สิน จนอยู่ในสภาพล้นพ้นตัว หมดสมาธิที่จะสอนหนังสือหรือกระทั่งอยู่ร่วมกระบวนการปฏิรูปการศึกษาอย่างที่วาดหวัง ปัญหาหนี้สินครูจึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันทุกรัฐบาล สุดท้ายก็เงียบหายไปเสมือนยอมจำนนกับปัญหา ปล่อยให้บรรดาแม่พิมพ์ของชาติทั้งหลายกลายเป็นพนักงานขายตรง เป็นแม่ค้าพ่อค้าในตลาดนัด สุดท้ายก็กลายเป็นลูกหนี้เงินกู้นอกระบบที่ทำลายทั้งเกียรติและสวัสดิภาพในชีวิตของครู

            กล่าวสำหรับข้าราชการทุกหมู่เหล่า ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีสวัสดิการดีที่สุดกลับใช้จ่ายสูงจนหนี้สินครัวเรือนพุ่งขึ้นนั้น ถ้ามองโลกในแง่ดีก็อาจจะคิดไปได้ว่า เป็นเพราะข้าราชการกลุ่มนี้ประพฤติดีไม่ออกนอกรีตทุจิตคอร์รัปชั่น ซึ่งการจะพิจารณาโทษก็ควรจะต้องรอบคอบมากกว่าที่ออกมาเป็นกฎเกณฑ์เอาผิดข้าราชการโดยเฉพาะระดับทั่วไปที่มีมากถึงร้อยละ 86.3 เพราะจะว่าไปแล้วความเข้มงวดกวดขันเช่นว่า ก็อาจจะเป็นดาบสองคม เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อหลบหลีกการเป็นหนี้ที่สุ่มเสี่ยงกับสถานภาพได้เช่นกัน ดังนี้ย่อมถือว่าสวนทางกับนโยบายของ ก.พ.ที่ต้องการสกัดการทุจริตและความหย่อนยานให้หมดไปในวงราชการ