คอลัมนิสต์

ปฏิรูปรถขนส่งมวลชน

ปฏิรูปรถขนส่งมวลชน

26 ก.ค. 2556

ปฏิรูปรถขนส่งมวลชน : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2556

              ความสูญเสียจากโศกนาฏกรรม รถเทรลเลอร์พุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนประสานงากับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ 2 ชั้นของบริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) ขาเข้าสายกรุงเทพ-ร้อยเอ็ด ที่ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรีเมื่อเช้ามืดวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเคราะห์ร้ายเสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บ 21 คน คงจะไม่ใช่เหตุการณ์เศร้าสลดครั้งสุดท้ายเช่นที่เคยเกิดเหตุทำนองนี้ซ้ำซากจำเจมาก่อนหน้า ถ้าหากว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ถือเอาเหตุเลวร้ายครั้งนี้เป็นบทเรียนเพื่อทบทวนข้อบกพร่องต่างๆ อย่างละเอียดเพื่อวางมาตรการป้องกันอย่างเข้มแข็งจริงจัง อาจเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยอย่างเช่นยอมผ่อนปรนผู้ประกอบการด้วยเหตุลูบหน้าปะจมูกอย่างที่แล้วๆ มา

              แม้โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นไม่มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของพนักงานขับรถโดยสารบขส. หากแต่สภาพในที่เกิดเหตุที่ผู้โดยสารถูกไฟคลอกอย่างน่าอนาถต่างหากที่ควรต้องตั้งคำถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีหลักฐานการพิสูจน์สาเหตุการตายโดยนิติเวชระบุชัดเจนว่า 9 ศพในอุบัติเหตุครั้งนี้ เสียชีวิตเพราะถูกไฟคลอก ไม่ใช่ตายทันทีด้วยแรงกระแทก ยิ่งเป็นประเด็นสำคัญย้ำเตือนให้ประจักษ์ว่า ระบบความปลอดภัยรถโดยสาร โดยเฉพาะที่ดัดแปลงเป็นรถ 2 ชั้นนั้นไม่อยู่ในขั้นที่วางใจได้เพียงพอที่สมควรจะผ่านมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม หรือแม้แต่มาตรฐานของบขส.เอง

              แต่เมื่อพิจารณาตามข้อกำหนดของหน่วยงานทั้งสองแล้ว จะเห็นได้ว่า รถโดยสารคันเกิดเหตุก็จัดอยู่ในระดับมาตรฐานหนึ่ง ตามที่ระบุว่า "มาตรฐาน ม.4  ก" ซึ่งเมื่อตรวจสอบในรายละเอียดกลับเน้นในเรื่องจำนวนที่นั่ง(32 ที่นั่ง) ที่ตั้งของห้องน้ำ ฯลฯ ที่แทบไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุเสียด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ผ่านมานั้น มีความเห็นจากนักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่งท้วงติงมาโดยตลอด ถึงอันตรายจากรถโดยสาร 2 ชั้นที่ประกอบขึ้นด้วยโครงรถดัดแปลงเพื่อให้สามารถรับแรงกดและการทรงตัวด้วยการเพิ่มเพลาและจำนวนล้อ โดยอาจจะละเลยต่อจุดล่อแหลมอื่นๆ เช่น โครงสร้างชั้น 2 ที่มีส่วนประกอบเป็นกระจกมากกว่าโลหะ เบาะที่นั่งซึ่งติดไฟง่าย เข็มขัดนิรภัย ถังน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ เครื่องมือทุบทำลายกระจก ทางออกฉุกเฉิน ฯลฯ

              ถึงแม้ว่า เมื่อพบจุดอ่อนแล้ว บขส.ได้เร่งออกประกาศโดยแข็งขันว่า จะระงับใช้รถโดยสาร 2 ชั้นจำนวนกว่า 400 คัน แต่ก็ใช่ว่าจะอุ่นใจได้ เพราะรถโดยสารประเภทนี้มีอยู่อีกมาก ทั้งในส่วนของรถร่วมบขส. รถนำเที่ยว รถโดยสารไม่ประจำทาง ฯลฯ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนออกมาจากสายการผลิตเดียวกัน ที่มาตรฐานอาจต่ำกว่ารถของบขส.เสียด้วยซ้ำ เพราะรถเหล่านี้ผ่านการดัดแปลงแชสซีเพิ่มเพลา รถนำเที่ยวเพิ่มเครื่องเสียงขนาดใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกที่อาจเป็นอันตรายอีกมากมาย รถโดยสารบางคันวาดลวดลายข้างรถและกระจก สร้างทั้งทัศนะอุจาดและบดบังทัศนวิสัยเอื้อให้เกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้นอีก เหล่านี้ ล้วนคือสาระสำคัญที่กรมการขนส่งทางบกจะต้องเร่งสังคายนาครั้งใหญ่ เพื่อให้รถโดยสารสาธารณะมีความปลอดภัยมากที่สุด